ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ เรื่อง ทัศนศิลป์สู่ชุมชนทุ่งดอกกระเจียว โดยการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ เรื่อง ทัศนศิลป์สู่ชุมชนทุ่งดอกกระเจียว โดยการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ให้นักเรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไปและ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนจัดการเรียนรู้ วิชาศิลปะ เรื่อง ทัศนศิลป์ สู่ชุมชนทุ่งดอกกระเจียว โดยการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนบ้านท่าโป่ง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โดยการเลือกแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1หน่วย 8 แผน เวลา 12 ชั่วโมง แบบฝึกทักษะศิลปะสู่ชุมชนทุ่งดอกกระเจียว แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินโครงงานของนักเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น โดยใช้แบบแผนการทดลอง one-shot case study สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าร้อยละ (%) การหาค่าเฉลี่ย ( ) การหาค่า IOC
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ80.76 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือร้อยละ 80 และมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ 20 คน จากจำนวนทั้งหมด 25 คน คิดเป็นร้อยละ 80
- ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนจัดการเรียนรู้ พบว่านักเรียนจำนวน 25 คน มีความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย 4.56 คิดเป็นร้อยละ 93.56 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.53 มีความพอใจอยู่ในระดับคุณภาพมากที่สุดv
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช(2551). กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและวัสดุภัณฑ์(ร.ส.พ.).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553).หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กิตติชัย สุธาสิโนบล. (2546). โครงงาน (Project Approach). ราชบุรี: ธรรมรักษ์การพิมพ์.
กรมวิชาการ: ศูนย์พัฒนาหลักสูตร. (2544). เอกสารชุดเทคนิคการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด: โครงงาน. กรุงเทพฯ: การศาสนากรมศาสนา.
เกสร ธิตะจารี. (2543). กิจกรรมศิลปะสำหรับครู. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงพร อิ่มแสงจันทร์. (2554). การพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและความสามารถใน การแก้ปัญหาตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เทียมจันทร์ เข็มเพชร. (2547). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่องการประดิษฐ์เครื่องใช้จากวัสดุเหลือใช้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการงานอาชีพ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นภา นรานอก. (2554). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุในท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองคอนไทยวิทยาคมจังหวัดชัยภูมิ. การศึกษาค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์.
ปัญญา ศรีผายวงษ์. (2556). การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงานในรูปแบบบริษัทจำลองรายวิชาโครงงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
พัชริน คงสุข. (2552). การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ เรื่องสิ่งแวดล้อมกับความพอเพียงตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในระดับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 4 โรงเรียนเมืองคง (คาคงวิทยา) อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา สิ่งแวดล้อมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พัชรี จันทร์เพ็ง. (2557). เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชา ระเบียบวิธีวิจัยทางการศึกษา. ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (อัดสำเนา)
ผจญนาทองคำ. (2554). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สาระทัศนศิลป์ ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ศิลปะประยุกต์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
มลรัตน์ วงแสน. (2552). การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้แบบบรูณาการ เรื่อง พลเมืองดีตามปรัชญา เศรษฐกิจ พอเพียง โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อนุบาลประจักษ์ศิลปาคม จังหวัด อุดรราชธานี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เมธินี ศรีลาศักดิ์. (2548). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยโครงงาน เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที 5. การศึกษา ค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มงคล ขันบุตรศรี. (2549). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมโดยโครงงาน เรื่อง อาชีพในชุมชน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่6. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วัชรินทร์ ศรีรักษา และ จุมพล ราชวิจิตร. (2549). เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชา การพัฒนาหลักสูตรศิลปะ. ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (อัดสำเนา).
สุวีณา ปุตะโคตร และ ศิริพงษ์ เพียศิริ. (2557). การศึกษาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษ
เพื่อความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการจัดการ
เรียนรู้แบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ร่วมกับการใช้ผังความคิด. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น.8(4), 24 -32.
ศิริพงษ์ เพียศิริ. (2550). การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับนักศึกษาปริญญาบัณฑิตด้วย กิจกรรมศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการผลิตผลงาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Howick, T. S. (1992). “Case Study of a Sixth-Grade Class Using Marine Science Project: For SEA,” Dissertation Abstracts International. 52(6), 4283–A.
Ricaurte, R. (1998). Student success in a communicative classroom: A grounded theory. The University of Nebreska, Lincoln: Doctoral Dissertation.
Riggio, R. E. (1989). Social Skills Inventory Manual. California: Consulting Psychologists Press.
Yager, R. (1991). The constructivist learning model, towards real reform in science178 education. The Science Teacher. 58(6), 52-5