การพัฒนาหลักสูตรค่ายศิลปะ เครื่องปั้นดินเผาพื้นฐานโดยใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรค่ายศิลปะ เครื่องปั้นดินเผาพื้นฐานสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรค่ายศิลปะ เครื่องปั้นดินเผาพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80 ขึ้นไป และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการพัฒนาหลักสูตรค่ายศิลปะ เครื่องปั้นดินเผาพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ กลุ่มเป้าหมายได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 56 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย หลักสูตรค่ายศิลปะเครื่องปั้นดินเผาพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ จำนวน 7 แผน แบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการพัฒนาหลักสูตรค่ายศิลปะ เครื่องปั้นดินเผาพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรค่ายศิลปะ โดยภาพรวมในระดับเหมาะสมมาก (
= 3.99) สามารถนำไปใช้ได้
2. ผลการใช้หลักสูตรค่ายศิลปะ เครื่องปั้นดินเผาพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 17.87 คิดเป็นร้อยละ 89.28 ของนักเรียนทั้งหมด มีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ 56 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้
- ผลการประเมินความพึงพอใจนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อพิจารณารายด้านโดยเรียงจาก
มากไปน้อย คือ ด้านความรู้ที่ได้จากกิจกรรม ( = 4.30, S.D. = 0.11) ด้านวิธีการจัดกิจกรรม (
= 4.22, S.D. = 0.12 ) และด้านความพร้อมในการจัดกิจกรรม (
= 4.18, S.D. = 0.07 )
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกษแก้ว วิเศษชาติ และคณะ. (2555). การจัดการเรียนรู้รูปแบบการเรียนรู้แบบเน้นการปฏิบัติ ในวิชาคอมพิวเตอร์.
ค้นเมื่อ 23 กันยายน 2559, จาก https://comed5kku.files.wordpress.com
นพดล สายจันทร์. (2557). การพัฒนาหลักสูตรค่ายศิลปะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 37(2), 6-13.
บุญชม ศรีสะอาด และสุริทอง ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
วราภรณ์ โพธิ์จันทร์. (2559). ผลการจัดกิจกรรมค่ายศิลปะเรื่องศิลปะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 11(4), 6-11.
วัชรินทร์ ศรีรักษา. (2555). รายงานการวิจัยเรื่องความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการดำเนิน โครงการค่ายศิลปะ (Art Camp) ของนักเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2555. ขอนแก่น: โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์ระดับประถม มหาวิทยาลัยขอนแก่น).
วิบูลย์ จรูญพันธ์. (2552). การศึกษาเรื่องผลการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค STAD เรื่องการวาดภาพเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
หลักสูตรสถานศึกษา. (2558). หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับแก้ไข ปรับปรุง). โรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร จังหวัดหนองบัวลำภู. (อัดสำเนา)
สมาน นามปัญญา. (2559). รูปแบบภาวะผู้นำเพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี. ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2559, จาก http://www.ptu.ac.th/journal/data/8-1/8-1-12.pdf.
Borg & Gall. (1969). Educational Research An Introduction. Sixth Edition. New York: Long man Publishers.
Dewey John. (1956). The Child and the Curriculum and The School and Society. Chicago: Phoenix Books.
Taba. (1962). Curriculum development theory and practice. New York, NY: Harcourt, Brace & World