การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

Main Article Content

เพิ่มพร บุพพวงษ์ Permporn Buppavong
สมชาย ประเสริฐศรี Somchay Prasertsri
นัยนา บุพพวงษ์ Naiyana Buppawong
วรันธร เฉลิมโฉม Waranthorn Chalermchom
ปิติโชค จันทร์หนองไทร Pitichoke Channongsai
กษมา สุขุมาลจันทร์ Kasama Sukhumalchan

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการบริหารแบบมีส่วนร่วมและระดับประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษา 2) ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษา 3) ปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารการจัดการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน หาค่ากลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมของแต่ละวิทยาเขต ได้จำนวน 340 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน


ผลการวิจัยพบว่า


  1. การบริหารแบบมีส่วนร่วมของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการติดต่อสื่อสาร การมีส่วนร่วมในการวางแผน การมีส่วนร่วมในข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมในการควบคุม การมีส่วนร่วมในการจัดองค์การ และการมีส่วนร่วมในการนำองค์การ ส่วนประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก สำหรับรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด 3 ด้าน เรียงตามลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ การบริหารจัดการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทยและการผลิตบัณฑิต และอยู่ในระดับมาก 2 ด้าน ได้แก่ การบริการวิชาการ และการวิจัยและนวัตกรรม

  2. การบริหารแบบมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยรวมมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

  3. ปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมในข้อมูลข่าวสาร (X5) การมีส่วนร่วมในการติดต่อสื่อสาร (X6) และการมีส่วนร่วมในการวางแผน (X1) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยสามารถร่วมทำนายระดับประสิทธิภาพการพัฒนาการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติได้ร้อยละ 90 และเขียนเป็นสมการพยากรณ์ได้ดังนี้
    gif.latex?\widehat{Y}tot = 1.392 + .296X5 + .221X6 + .122X 1

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนิษฐา สุขสมัย และประสพชัย พสุนนท์. (2558). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของบุคลากรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม. วารสารธุรกิจปริทัศน์, 7 (2), 9-25.

กรณัฏฐ์ สกุลกฤติ, ชญาพิมพ์ อุสาโห และพฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. (2564). การบริหารสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามแนวคิดทักษะการทำงานในอนาคต. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, 11 (3), 127-141

นงลักษ์ จันหงษา, จิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย และนภาเดช บุญชูเดช. (2561). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐในจังหวัดสมุทรสาคร. วารสารสังคมศาสตร์วิจัย, 9 (2), 46-65.

บรรลุ ชินน้ำพอง. (2555). สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสถานศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ปิรัญชนาถ เฮ่ประโคน และอารีย์ พินิจ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างสวัสดิการการทำงานและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 10 (1), 42-58.

พิศิษฐ ตัณฑวณิช และพนา จินดาศรี. (2561). ความหมายที่แท้จริงของค่า IOC. วารสารการวัดการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 24 (2), 3-12.

มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ. (2563). กฎหมายของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ. ค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2563, จาก http://www.tnsu.ac.th/web/web3/index.php?option=com_content&view=article&id=805

เมตต์ การุณ์จิต. (2553). การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและราชการ. กรุงเทพฯ: บุ๊คส์พอยท์.

โศภิดา คล้ายหนองสรวง. (2558). การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ. (2564). ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ. ค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://www.nbtc.go.th /News/govnewspartner/ค่านิยมหลักของคนไทย-12-ประการ-ตามนโยบายของ-คสช.aspx

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2555). รายงานประจำปี 2554 สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). กรุงเทพฯ: สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน).

เสกสันต์ รอดย้อย. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า, 4 (3), 25-32.

เสาวนีย์ เดือนเด่น และคณะ. (2558). รายงานการวิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมของบุคลากรกองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อคิณ รพีพัฒน์. (2547). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาชุมชนในสภาพสังคมและวัฒนธรรมไทย. นครปฐม: ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล.

อโนทัย แทนสวัสดิ์. (2553). การพัฒนายุทธศาสตร์การบริหารจัดการเพื่อความเป็นเลิศของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อำภา สมันพืช. (2561). การมีส่วนร่วมในการบริหารกับความยึดมั่นผูกพันกับองค์การ ของครูในสถาบันการอาชีวศึกษา กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษาและผู้นำทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม.

Cohen, J. M. & Uphoff, N. T. (1980). Participations place in rural development: Seeking clarity through specificity. New York: World Developments.

Fornaroff, A. (1980). Community involvement in health system for primary health care. Geneva: World Health Organization.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.

Sashkin, M. (1984). Participative management is an ethical imperative. Organization Dynamics, 12 (4), 5-22.

Sinlarat, P. (2019). Principle and foundation of tertiary education. Bangkok: Chulalongkorn University Press.