การจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหกรณ์ประชานุกูล ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบวัดทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม 4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน โดยวิเคราะห์ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t-test สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังต่อไปนี้ 1) ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สูงกว่าก่อนเรียน 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเรียนร่วมกันร่วมกับสื่อในชีวิตประจำวัน วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยู่ในระดับมากที่สุด