การออกแบบเพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความเรื่อง การออกแบบเพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา รวบรวมข้อมูล หลักการการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและแนวทางในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและสินค้าชุมชน ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ประชากรเป็นผู้สูงอายุ ชาย-หญิง ในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง จำนวน 100 คน ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากตารางสำเร็จรูปของทาโร่ ยามาน่ ยอมรับค่าความคลาดเคลื่อน 10 ด้วยเทคนิคการสุ่มอย่างง่าย มีเครื่องมือในการเก็บข้อมูล แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการอบรม โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ระยะ คือ 1) การเสวนาในรูปแบบออนไลน์ และระดมสมอง (focus group) การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Gaow Goods (เก๋ากู๊ดส์): เพราะวัยเก๋า เราสำคัญ 2) ประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรม ผลการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุมีความสนใจในการเลือกชุดฝึกระบายสีเทียน กระเป๋า หมวก ชุดฝึกระบายสีน้ำ บอลถัก ชุดออกแบบลายผ้าและหมอนซุกมือ และ ไม่มีผู้สนใจเลือกกิจกรรมทำรองเท้า จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ คือ 1. ข้อจำกัดทางกายภาพด้านร่งกาย 2. ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการสร้างสรรค์งาน และ 3. ความชอบส่วนบุคคล นอกจากนี้ ยังพบว่า ผลจากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการเสวนาในรูปแบบออนไลน์ หัวข้อการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ Gaow Goods: เพราะวัยเก๋า เราสำคัญ ได้ผลดังต่อไปนี้ 1. ความน่าสนใจของโครงการ และประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับดี (
=4.00) 2. ประโยชน์ที่ได้รับหลังจากการเข้าร่วมโครงการ มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก (
=5.00) 3. รูปแบบการจัดกิจกรรมด้วยแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) และ สื่อยูทูป (YouTube) มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก (
=5.00) 4. ความรู้และความสามารถของวิทยากรในการบรรยายและการตอบข้อซักถาม มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก (
=5.00) และ 5. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับดี (
=4.00)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2563). ก้าวย่างของประเทศไทย สู่‘สังคมผู้สูงอายุ’อย่างสมบูรณ์แบบ. สืบค้นจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30476
จารีย์ ปิ่นทอง, ธนภรณ์ จิตตินันทน์, ปภัสสร แสวงสุขสันต์, และณัคนางค์ กุลนาถศิริ. (2561). สังคมสูงวัยกับความท้าทายของตลาดแรงงานไทย. สืบค้นจาก https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/EconomicConditions/AAA/AgePeriodCohort.pdf
ณิชากร เมตาภรณ์. (2562). ปัญหาการกินยาในผู้สูงอายุ. สืบค้นจาก https://northnfe.blogspot.com/2019/08/blog-post_98.html
ประภาเพ็ญ สุวรรณ และ สวิง สุวรรณ. (2536). พฤติกรรมศาสตร์ พฤติกรรมสุขภาพและสุขศึกษา (พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ: เจ้าพระยาการพิมพ์.
ปรีดี นุกุลสมปรารถนา. (2563). รู้จักประเภทของกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR). สืบค้นจากhttps://www.popticles.com/branding/types-of-csr/
พรวิทู โค้วคชาภรณ์. (2562). โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ ถ้ามี Universal Design. สืบค้นจาก http://www.modernmidlife.net/?p=1223
พิสิษฐ์ จิรภิญโญ. (ม.ป.ป.). สังคมสูงอายุของญี่ปุ่น. เข้าถึงได้จาก https://www.acat.or.th/download/acat_or_th/journal-16/16%20-%2007.pdf
นนทรีย์ วงษ์วิจารณ์ และสุปาณี สนธิรัตน. (2556). ทัศนคติต่อการเป็นผู้สูงอายุ การดูแลตนเองทักษะทางสังคมและความผาสุกในชีวิตของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุอำเภอกบินบุรี จังหวัดปราจีนบุรี. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 39(2), 66-79.
วิชช์ เกษมทรัพย์. (2564). ไทยพร้อมหรือไม่ กับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์. สืบค้นจาก https://www.posttoday.com/politic/columnist/658911
AVL. (2563). Universal Design หลักการออกแบบอย่างเท่าเทียม เพื่อองค์กรที่ยั่งยืน. สืบค้นจาก https://avl.co.th/blogs/universal-design/
Becker, M. H., & Maiman, L. A. (1975). The health Belief Model: Origins and Correlation in Psychological Theory. Health Education Monography, 2, 336-385.