การประเมินความสุขจากการท่องเที่ยวโดยชุมชน: เกาะโหลน ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินความสุขจากการท่องเที่ยวโดยชุมชน ในพื้นที่เกาะโหลน ตำบล ราไวย์ จังหวัดภูเก็ต และ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อยกระดับความสุขของประชาชนในพื้นที่เกาะโหลน ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะโหลน ตำบล ราไวย์ จังหวัดภูเก็ต มีจำนวนทั้งสิ้น 238 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ประชาชนที่มีส่วนร่วมทางตรงในการจัดการการท่องเที่ยว ประชาชนที่มีส่วนร่วมทางอ้อมในการจัดการการท่องเที่ยว และประชาชนที่ไม่มีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยว โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างจากสูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างตามหลักสถิติของทาโร ยามาเน่ เท่ากับ 150 คน และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของชุมชนต่อความสุขจากการท่องเที่ยว โดยชุมชน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เกณฑ์การวัดความสุข อ้างอิงตามมาตรฐานการวัดความสุขมวลรวมประชาชาติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ f-test
ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนในพื้นที่ชุมชนแหล่งท่องเที่ยว โดยภาพรวมทั้งหมดมีความสุขอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีความสุขภาพรวมเชิงอัตวิสัย และความสุขภาพรวมเชิงภาวะวิสัยอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการเปรียบเทียบความสุขจากการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประชาชนในพื้นที่เกาะโหลนพบว่า หลังมีการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประชาชนในพื้นที่มีความสุขมากกว่าก่อนมีการท่องเที่ยวโดยชุมชน แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อยกระดับความสุขของประชาชนในพื้นที่เกาะโหลน ได้แก่ 1) กำหนดแนวทางหรือข้อปฏิบัติที่ชัดเจนในการท่องเที่ยวโดยชุมชนสำหรับคนในชุมชนหรือผู้ประกอบการท้องถิ่น 2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางตรงให้กับประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น 3) ส่งเสริมให้ชุมชนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อจำหน่ายเป็นของฝาก หรือของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว และ 4) จัดทำปฏิทินการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กาหรีม สองเมือง. ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลราไวย์ เกาะโหลน. (1 ตุลาคม 2561). สัมภาษณ์.
ชุติระ ระบอบ และคณะ. (2552). ระเบียบวิธีวิจัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ธนกฤต ทุริสุทธิ์ และชาตรี นาคะกุล. (2556). ดัชนีวัดความสุขมวลรวมชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 39, 1 : 209-220.
ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต และคณะ. (2555). คุณภาพชีวิตการทำงานและความสุข. กรุงเทพฯ: บริษัท อัพทรูยู ครีเอทนิว จำกัด.
สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน. (2556). คู่มือมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน. เชียงใหม่: หจก.วนิดาการพิมพ์.
สินธุ์ สโรบล. (2555). การท่องเที่ยวโดยชุมชน: แนวคิดและประสบการณ์พื้นที่ภาคเหนือ. เชียงใหม่: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานภาค.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
Campbell, Angus. (1980). The Sense of Well-Being in America. New York: McGraw-Hill.
Centre for Bhutan Studies. (2010). GNH Index. [Online]. Available: http://www.grossnationalhappiness.com/articles/ (access date 1 November 2016)
Kai Liu. (2013). Happiness and Tourism. [Online]. Available: https://ijbssnet. com/journals/Vol_4_No_15_Special_Issue_November_2013/8.pdf (access date 1 November 2016)
Scott, Mccabe & Sarah, Johnson. (2012). The happiness factor in tourism: subjective well-being and social tourism.U.K. [Online]. Available: http://dx.doi.org/10.1016/jannals.2012.12.001 (access date 27 January 2018)
Taro, Yamane. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. New York: Harper and Row Publications.
United Nations World Tourism Organization-UNWTO. 1998. Sustainable Development of Tourism. [Online]. Available: http://sdt.unwto.org/content/about-us-5. (access date 11 November 2018)