การวิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์ตัวแปรการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) การวิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา และ 3) เพื่อศึกษาระดับความจำเป็นเกี่ยวกับองค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้แนวคิดการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษาและหัวหน้างานแนะแนว จำนวน 500 คน ใช้วิธีกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามหลักเกณฑ์ของคอมเรย์และลี ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และผู้ทรงคุณวุฒิในการสัมภาษณ์ จำนวน 7 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด คือ แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา การวิเคราะห์ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการสังเคราะห์กรอบแนวคิดในการวิจัย เพื่อหาตัวแปรของการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ตัวแปรจำนวน 27 ตัวแปร
2. ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า จำนวนองค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ จำนวน 27 ตัวแปร เรียงลำดับองค์ประกอบตามค่าน้ำหนักองค์ประกอบรวม คือ องค์ประกอบที่ 1 ระบบฐานข้อมูลและการคัดกรองนักเรียนเชิงระบบ จำนวน 4 ตัว องค์ประกอบที่ 2 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบบูรณาการและมีเครือข่ายสนับสนุน จำนวน 4 ตัว องค์ประกอบที่ 3 การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมและการจัดการเรียนรู้ยืดหยุ่น จำนวน 4 ตัว องค์ประกอบที่ 4
การพัฒนาการเรียนรู้เฉพาะบุคคลและการติดตามเชิงพฤติกรรม จำนวน 4 ตัว องค์ประกอบที่ 5 ภาวะผู้นำเชิงนโยบายและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ จำนวน 4 ตัว องค์ประกอบที่ 6 การพัฒนาโอกาสทางการเรียนรู้และทักษะชีวิตเชิงประสบการณ์ จำนวน 4 ตัว องค์ประกอบที่ 7 ศักยภาพบุคลากรและการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามบริบท จำนวน 3 ตัว
3. ระดับความจำเป็นเกี่ยวกับองค์ประกอบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาพรวมมีความจำเป็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า มีความจำเป็นอยู่ในระดับมากทุกองค์ประกอบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2568). แนวทางการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นด้วย 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (10 มิถุนายน 2563). สองทศวรรษการปฏิรูปการศึกษาไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนมากขึ้นเมื่อจำแนกอัตราการเข้าเรียนสุทธิของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามระดับรายได้ของประชากร. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2569, จาก https://www.eef.or.th/25050-2
กานต์ชนก ทองมาและพิกุล ภูมิโคกรักษ์. (2567). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 211-225.
ขวัญจิรา จำปา และ สุวดี อุปปินใจ. (2566). การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน. วารสารรัชตภาคย์, 17(51), 205-216.
ธนารัตน์ พรหมสุวรรณ, สุพัตรา คล่องแคล่ว, บุญยืน เปียตี๋ และสุรางคนา เกียรติกุล. (2566). การพัฒนารูปแบบความร่วมมือด้านโอกาสทางการศึกษาในระดับตำบล. กรุงเทพฯ: สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร. (27 ตุลาคม 2564). ภาวะความรู้ถดถอย (Learning Loss) ที่ต้องเร่งแก้ไขในมุมมองของ CEO Starfish Education. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2569, จาก www.starfishlabz.com
นิตยา หงษ์ขุนทด, บรรจบ บุญจันทร์ และ อริสา นพคุณ. (2567). กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาในยุคปกติใหม่. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(1), 427-436.
นุชธิดา ก้อนพิลา. (2567). รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในยุคปกติใหม่ของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 242–260.
บัลลังก์ มงคลคำนวณเขตต์ และ ประเสริฐ อินทร์รักษ์. (2567). กระบวนทัศน์การบริหารการศึกษาในบริบทสังคมไทยยุคปกติใหม่. วารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์, 7(1), 150-166.
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ. (2567). เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2568-2569. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 141 ตอนพิเศษ 309 ง หน้า 11-13. (13 พฤศจิกายน 2567).
ปริตตา วาณิชย์ปกรณ์, ญาณิศา บุญจิตร์, และจิณัฐตา สอนสังข์. (2568). กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 25(1), 157-167.
พงศพันธุ คําพรรณ และจีรเกียรติ อภิบุณโยภาส. (2562). โมเดลเชิงสาเหตุของการออกกลางคันของนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 47(1), 240-262.
พัชราภา ตันติชูเวช. (2561). การศึกษาคุณลักษณะเชิงลึกและปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กและเยาวชนออกนอกระบบการศึกษา: กรณีศึกษาจังหวัดตาก. วารสารสุทธิปริทัศน์, 32(101), 80-91.
ภูมิพัฒน์ ศรีวชิรพัฒน์. (2565). กลยุทธ์เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนไทย จากการเรียนการสอนออนไลน์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 9(1), 71-86.
มติชนสุดสัปดาห์. (6 พฤษภาคม 2567). สำรวจสถานการณ์เด็กไทยหลุดระบบ-ออกกลางคัน. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2568, จาก https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_765146
มินตรา จันทร์เสถียร, เพียงฟ้า ยวงแก้ว และ สุพรรณี อึ้งปัญสัตวงศ์. (2567). การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ยงยุทธ สงพะโยม. (2567). กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาในยุคปกติใหม่. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 8(3), 1472-1488.
วรรณดน สุขาทิพยพันธุ์. (2566). การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมของภาคเครือข่ายโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน. วารสารพุทธจิตวิทยา, 10(2), 155–167.
วันชัย โกลละสุต. (2566). การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
วัสสิกา รุมาคม และ ทฐิชากาญจน์ พัชรจิราพันธ์. (2565). การบริหารสถานศึกษาในยุคปกติใหม่หลังวิกฤตโควิด-19. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(6), 16-30.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2563). การออกแบบการเรียนรู้ใน New normal. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วิชา ขันติบุญญานุรักษ์ และชนิดา มิตรานันท์. (2567). ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้หลังสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนเรียนรวม: ปัญหาและการช่วยเหลือ. วารสารคุรุศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 5(1), 83-100.
เศรษฐภูมิ เถาชารี. (2558). การบริหารแบบมีส่วนร่วม. อินดัสเตรียล เทคโนโลยี รีวิว, 21(276), 114-120.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวทางการดำเนินงานป้องกัน เฝ้าระวัง ติดตาม และช่วยเหลือเด็กตกหล่นและออกกลางคันตามโครงการพาน้องกลับมาเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). คู่มือการคัดเลือกสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2567. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2566). การพัฒนารูปแบบความร่วมมือด้านโอกาสทางการศึกษาในระดับตำบล. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2562 – 2564. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
อดิพล เปียทอง. (2559). TQM กับการบริหารสถานศึกษาเอกชน. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(1), 242-251.
Allensworth, E. & Schwartz, N. (2020). School practices to address student learning loss. The university of Chicago: Chicago.
Carvalho, S. (2020). Planning for school reopening and recovery after COVID-19. Washington, DC.: Center for global development.
Christensen, S. S. & Spackman, J. S. (2017). Dropout rates, student momentum, and course walls. Utah: Brighham Young University.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Rural development participation: concept and measure for project design implementation and evaluation. New York: Cornell University Press.
Comrey, A. & Lee, H. B. (1992). A first course in factor analysis. New Jersey: Erlbaum.
Hassan, M. A., Muse, A. H. & Nadarajah, S. (2024). Predicting student dropout rates using supervised machine learning. Borama: Amoud University.
Likert, R. (1967). The human organization: Its marketing and value. New York: McGraw-Hill.
Rahmani, A. M., Groot, W., & Hamed, R. (2024). Dropout in online higher education. International Journal of Educational Technology in Higher Education, 21(19), 1-24.
Yeong Seo, E., Yang, J., Lee, J., & So, G. (2024). Predictive modelling of student dropout risk: practice insights from a South Korean distance university. Ansan: Hanyang Cyber University.