การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน APPIRE Model เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนสาริกา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

Main Article Content

พรวิภา แสงจันทร์

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวังและความต้องการจำเป็นในการนิเทศภายใน 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนสาริกา 3) ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายใน และ 4) ประเมินและเผยแพร่รูปแบบการนิเทศภายใน พื้นที่วิจัย คือ โรงเรียนสาริกา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในของครูโรงเรียนสาริกา 14 คน โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเที่ยง 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน โดยสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎี งานวิจัย สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 7 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์เนื้อหา ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและเชิงโครงสร้าง จากกลุ่มตัวอย่าง 30 คน และยืนยันคุณภาพของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศกับครูโรงเรียนสาริกา 14 คน และผู้เรียน 137 คน โดยใช้สอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย เผยแพร่การใช้รูปแบบการนิเทศภายใน โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็น ผลการวิจัยพบว่า


1. สภาพปัจจุบัน อยู่ในระดับมาก สภาพที่คาดหวังระดับมากที่สุด


2. รูปแบบการนิเทศภายใน APPIRE Model เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนสาริกา มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ด้านหลักการ 2) ด้านจุดมุ่งหมาย 3) ด้านกระบวนการ และ 4) ด้านการประเมินผลรูปแบบ


3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายใน พบว่า ด้านการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก คิดเป็นร้อยละ 31 การนำหลักสูตรไปใช้ ร้อยละ 100 การประเมินผลการเรียนรู้ ร้อยละ 92.86 การใช้สื่อเทคโนโลยี ร้อยละ 88.09 และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ร้อยละ 84.29


4. ความพึงพอใจของครูและผู้เรียนอยู่ในระดับมากที่สุด ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าค่าเป้าหมาย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แสงจันทร์ พ. . (2025). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน APPIRE Model เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนสาริกา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 7(6), 965–976. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/281988
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ทิพวรรณ ถาวรโชติ. (2566). รูปแบบการนิเทศด้วยเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมประสิทธิผลขอสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 25(2), 187-196.

วาสนา บุญมาก. (2562). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(2), 269 – 280.

วิรัลพัชร นิลแก้วบวรวิชญ์, และ ธัชชัย จิตรนันท์. (2563). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบร่วมพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนางานวิชาการด้านการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(1), 122-138.

ศิลา สงอาจินต์. (2561). การพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอนเพื่อพัฒนาสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ของครูตามทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนครตรัง. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10(20), 160-175.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

Christine, R. D. (2015). Becoming A High Expectation Teacher. New York: Routledge.