การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับโครงการโลกของช้าง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดสุรินทร์
คำสำคัญ:
การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์, ชาวกูยเลี้ยงช้าง, ส่งเสริมการท่องเที่ยวบทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับโครงการโลกของช้าง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งโครงการโลกของช้างนั้นเป็นสถานที่ที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับช้างและวัฒนธรรมชาวกูยเลี้ยงช้างที่มีมาช้านาน โครงการโลกของช้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างแบบครบวงจร อย่างไรก็ตามเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนี้ ได้ลดความนิยมลงจากนักท่องเที่ยว ทำให้ขาดรายได้ในการ เลี้ยงดูช้าง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสม ดำเนินการวิจัยโดยการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการลงสำรวจพื้นที่รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ภายในโครงการ จำนวน 1 คน และเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามจามกลุ่มประชากร จำนวน 113 คน
สรุปผลการวิจัยการเก็บข้อมูลพบว่า การนำเสนอเรื่องการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับ โครงการโลกของช้าง จังหวัดสุรินทร์ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนำเสนอสื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชาวกูยเลี้ยงช้าง 1.จังหวัดสุรินทร์ที่กลุ่มตัวอย่างนึกถึง คือ ช้าง คิดเป็นร้อยละ 37.9 และเทศกาลงานช้าง คิดเป็นร้อยละ 21.8 2.บุคคลที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจท่องเที่ยวในโครงการโลกของช้าง คือ ครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 61.1 และตัวเอง คิดเป็นร้อยละ 31.9 3.ช่องทางการสื่อสารที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างรู้จักโครงการโลกของช้าง คือ สื่อโซเชียลมีเดีย คิดเป็นร้อยละ 43.2 และคนรอบตัวแนะนำ คิดเป็นร้อยละ 20.7 4.ในความคิดของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าเสน่ห์ของช้างไทย คือ ความน่ารักแสน ซน คิดเป็นร้อยละ 65.5 และความเฉลี่ยวฉลาด คิดเป็นร้อยละ 20.4 5.การท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างที่กลุ่มตัวอย่างนึกถึง คือ เรียนรู้วิถีชีวิตของคนและช้าง คิดเป็นร้อยละ 60.2 และการทำกิจกรรมร่วมกับช้าง คิดเป็นร้อยละ 20.4 ส่วนที่ 2 ผลวิจัยที่ได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มประชาการด้านการออกแบบสื่อ ประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ผลวิจัยพบว่า 1.ตราสัญลักษณ์ในการนำไปใช้ในการออกแบบที่เหมาะสม อันดับหนึ่ง คือ Combination Mark คิดเป็นร้อยละ 61.9 และอันดับสอง คือ Mascot Mark คิดเป็นร้อยละ 20.4 2.ตัวอักษรที่นำมาใช้ในการออกแบบที่เหมาะสม อันดับหนึ่ง คือ ตัวอักษรแบบไม่มีหัว/ไม่มีเชิง (Sans Serif) คิดเป็นร้อยละ 47.8 และอันดับสอง ตัวอักษรแบบมีหัว / มีเชิง (Serif) คิดเป็นร้อยละ 28.3 3.บุคลิกภาพสีที่นำมาใช้ในการออกแบบที่เหมาะสม อันดับหนึ่ง คือ Natural (เป็นธรรมชาติ) คิดเป็นร้อยละ 15.9 และอันดับสอง Friendly (เป็นมิตร) คิดเป็นร้อยละ 10.2 4. ภาพประกอบที่นำมาใช้ในการออกแบบที่เหมาะสม อันดับหนึ่ง ภาพประกอบแบบกราฟิก คิดเป็นร้อยละ 66.4
เอกสารอ้างอิง
Chalida Ratchataphongthon. (2022). The design of the numeral art of a 100- year-old ancient goldsmith's house on the bank of Bang Raonok Canal, Bang Kruai District, Nonthaburi Province. Rajabhat Phranakhon Research Journal, Humanities and Social Sciences, 17(1), 197-218.
Krairiksh Pin Kaew. (2013). Cultural tourism destinations. Retrieved from http://tourism-dan1.blogspot.com
Manit Manitcharoen. ( 1977). Thai Dictionary (6th printing). Bangkok: Teachers Council Printing House.
Phatwaranya, S. (2019). Factors of Tourism Public Relations Media Exposure on Travel DecisionMaking of Thai Tourists Living in Bangkok. Bangkok University.
Phuwadon, S. (2017). A Cultural Media Design Project Related to Kuay Elephants in Surin Province. Silpakorn University.
Sirivechkul, N. (2018). A Case Study on Social Development of the Kuay People in Ban Ta Klang, Tha Tum District, Surin Province. National Cultural Commission Office. Anek Nawikamon & Thongchai Likhitpornsawan. (2020). “Surin Province Picture Book.”
Surapong Sodhanasathian. ( 2016). Communication theory (3rd ed.). Rabianthong Printing House. Burke, P. J., & Reitzes, D. C. (1991). An identity theory approach to commitment. SocialPsychology Quarterly, 54(3), 239–251. https://doi.org/10.2307/2786653
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
