Journal History

      วารสารวิชาการนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า จัดทำโดย คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งยังนับว่าเป็นคณะใหม่ที่เพิ่งเริ่มเปิดดำเนินการเรียนการสอนมาในสาขานิเทศศาสตร์และนวัตกรรม ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก

      23 พฤษภาคม 2555 เป็นวันที่สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้อนุมัติให้มีการจัดตั้ง คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการขึ้นเป็นคณะ จากความมุ่งมั่นและการผลักดันของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีในขณะนั้น นับว่าท่านคือผู้ก่อตั้งคณะนิเทศศาสตร์ฯเป็นคนแรก เนื่องจากท่านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของศาสตร์ทางด้านนิเทศศาสตร์ที่จะมีต่อการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ท่านจึงได้ระดมรวบรวมคณาจารย์และนักวิชาการจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมโดย รองศาสตราจารย์ ดร.จิตราภรณ์  สุทธิวรเศษฐ์ คณบดี(คนแรก) รองศาสตราจารย์อุบลวรรณ เปรมศรีรัตน์ ศาสตราจารย์พัชนี เชยจรรยา รองศาสตราจารย์ ดร. ประทุม ฤกษ์กลาง รองศาสตราจารย์ ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว และลูกศิษย์ที่กระจายกันอยู่ตามมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั้งของรัฐและเอกชน พร้อมทั้งลูกศิษย์ที่เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากต่างประเทศ มาจัดทำหลักสูตร และเริ่มเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ( มกราคม 2556)

      จากวันนั้นถึงวันนี้ เมื่อคณะเริ่มมีมหาบัณฑิตที่จะสำเร็จการศึกษา มีคณาจารย์หลายท่านที่ผลิตผลงานทางวิชาการที่พร้อมจะเผยแพร่   คณะจึงคิดว่าถึงเวลาและมีความพร้อมที่จะจัดทำวารสารทางวิชาการของคณะออกเผยแพร่ โดยใช้รูปแบบของTCI  มีการกลั่นกรอง และตรวจสอบคุณภาพของบทความ จากนักวิชาการในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ ทั้งจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีชื่อเสียงและจากภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เอง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเป็นแหล่งในการพัฒนาองค์ความรู้ในสาขานิเทศศาสตร์และนวัตกรรม
  2. เพื่อเป็นแหล่งในการเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานสร้างสรรค์ของคณาจารย์บุคลากร และนักศึกษา

 

Publication Frequency

กำหนดเผยแพร่ 2 เล่ม ต่อปี

ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน

ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม

 

หลักเกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองบทความ

  1.  บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ ต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อนและต้องไม่อยู่ในกระบวนการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์อื่นใด
  2.  บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ ต้องเป็นบทความที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพทางวิชาการ และมีประโยชน์ในเชิงทฤษฎีหรือเชิงปฏิบัติ โดยผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ซึ่งต้องมีคุณสมบัติอย่างต่ำตามเกณฑ์มาตรฐาน คือเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ ทำงานวิจัยและมีผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง จำนวนอย่างน้อย 2 ท่านขึ้นไปต่อบทความ
  3.  กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขรูปแบบบทความที่ส่งมาตีพิมพ์
  4.  การยอมรับเรื่องที่จะตีพิมพ์เป็นสิทธิ์ของกองบรรณาธิการ และกองบรรณาธิการจะไม่รับผิดชอบในเนื้อหาหรือความถูกต้องของเรื่องที่ส่งมาตีพิมพ์ทุกเรื่อง

 

คำแนะนำสำหรับผู้เขียน

วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า เป็นวารสารที่นำเสนอบทความงานวิจัยและบทความทางวิชาการทุกลักษณะ ขอบข่ายครอบคลุมงานวิชาการทางด้านนิเทศศาสตร์ นวัตกรรม และการสื่อสาร

 

ลักษณะของบทความที่จะรับ

  1.  บทความงานวิจัยและบทความทางวิชาการในสาขานิเทศศาสตร์ นวัตกรรม และการสื่อสาร ที่ส่งมาต้องไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน
  2.  ต้นฉบับงานจะเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ โดยต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทุกบทความ

 

ประเภทของบทความที่จะรับ

  1. บทความวิชาการ (Article)
  2. สารนิพนธ์ต้นฉบับหรือบทความวิจัย (Research Article)
  3. บทความปริทัศน์ (Review Article)
  4. วิจารณ์หนังสือ (Book Review)
  5. จดหมายถึงบรรณาธิการ (Letter to the Editor) เพื่อแสดงความคิดเห็นสนับสนุนหรือโต้แย้งความเห็นของนักวิจัยอื่นๆ ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่น่าสนใจ

 

รูปแบบการเขียนบทความ

          - บทความต้องมีความยาวจำนวน 12-15 หน้า กระดาษ A4

          - รูปแบบตัวอักษร TH SarabunPSK

  • ชื่อเรื่อง ใช้อักษร ขนาด 18 พอยท์ ตัวหนา และจัดให้อยู่กึ่งกลาง
  • หัวข้อ ใช้อักษร ขนาด 16 พอยท์ ตัวหนา และจัดให้อยู่ชิดซ้าย
  • ชื่อผู้เขียน ใช้อักษรขนาด 14 พอยท์ และจัดให้อยู่ชิดขวา
  • ตำแหน่งทางวิชาการ และหน่วยงาน/สถาบัน ของผู้เขียนทุกคนในเชิงอรรถด้านล่างกระดาษ ใช้ตัวอักษรขนาด 12 พอยท์ และจัดอยู่ชิดซ้าย
  • เนื้อหา ใช้อักษร ขนาด 16 พอยท์
  • การกั้นขอบกระดาษ ด้านบน 1 นิ้ว ด้านล่าง 1 นิ้ว ด้านซ้าย 1 นิ้ว ด้านขวา 1 นิ้ว
  • การอ้างอิงในเนื้อความ ใช้ระบบ APA Style
  • บรรณานุกรม แยกเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (เรียงตามลำดับตัวอักษร) ใช้ตามแบบที่วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า กำหนด

 

ส่วนประกอบของบทความ มีดังนี้

ก. หน้าแรก บทคัดย่อ (Abstract) ภาษาไทย 1 หน้า และภาษาอังกฤษ 1 หน้า ประกอบด้วย

  1.  ชื่อบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 1 หน้า (Title)
  2. ชื่อผู้เขียนทุกคน (Authors) ให้ระบุเฉพาะชื่อและนามสกุล โดยไม่ต้องมีคำนำหน้านาม
  3.  ให้เขียนตำแหน่งทางวิชาการ และหน่วยงาน/สถาบันของผู้เขียนทุกคนในเชิงอรรถด้านล่างกระดาษ
  4. ให้เขียนเครื่องหมาย * ไว้บนชื่อบทความเพื่อระบุแหล่งทุนที่ได้รับการอุดหนุนในเชิงอรรถ
  5. บทคัดย่อ (Abstract) ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 200 คำ

บทคัดย่อบทความวิจัย ขอให้เขียนบทคัดย่อแยกเป็น 3 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกให้ระบุวัตถุประสงค์ของงานวิจัย สมมติฐาน ประโยชน์ที่จะได้รับ ย่อหน้าที่ 2 ให้อธิบายวิธีวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ ย่อหน้าที่ 3 สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ (ถ้ามี)

บทคัดย่อบทความวิชาการ ให้เขียนสรุปประเด็นสำคัญของบทความพร้อมทั้งตรวจสอบบทคัดย่อภาษาอังกฤษให้ถูกต้องก่อนส่งบทความ

  1. คำสำคัญ (Keywords) ความยาวไม่เกิน 3-5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  2. ผู้นิพนธ์ประสานงาน (Corresponding author) ให้ทำเครื่องหมายไว้บนนามสกุลและระบุหมายเลขโทรศัพท์และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ไว้ในเชิงอรรถ

ข. ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย

  1. หลักการและเหตุผล
  2. วัตถุประสงค์ (Objective)
  3. การทบทวนวรรณกรรม
  4. สมมติฐานและกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี
  5. ระเบียบวิธีวิจัย
  6. ผลการวิจัย
  7. การอภิปรายผล
  8. ข้อจำกัด
  9. ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติและข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
  10. สรุปผล
  11. บรรณานุกรมใช้รูปแบบ APA 7th edition 

 

วิธีการส่งบทความ

            ผู้เสนอบทความส่งบทความทางระบบได้ที่ www.gscm.nida.ac.th/th/journal.php ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-727-3764 หรือ gscm@nida.ac.th

กองบรรณาธิการจะไม่รับผิดชอบในทัศนะ ข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในข้อเขียนต่างๆ ของวารสาร เพราะถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน มิใช่ความคิดเห็นหรือความรับผิดชอบของคณะผู้จัดทำประการใด

 

จริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานวิจัยลงในวารสาร (Publication Ethics)

            วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า เป็นวารสารที่นำเสนอบทความงานวิจัยและบทความทางวิชาการทุกลักษณะ ขอบข่ายครอบคลุมงานวิชาการทางด้านนิเทศศาสตร์ นวัตกรรม และการสื่อสาร เพื่อให้การดำเนินงานของวารสารเกิดมีคุณภาพ อีกทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานการตีพิมพ์ตามหลักจริยธรรม จึงกำหนดจริยธรรมการตีพิมพ์ (Publication Ethics) ดังต่อไปนี้

 

บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Duties and Ethics of Authors)

  1. ผู้เขียนต้องรับรองว่า บทความที่ส่งเป็นบทความที่ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ที่ใดมาก่อนหรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในวารสารอื่น
  2. ผู้เขียนต้องรับรองว่า ไม่ได้บิดเบือนข้อมูล แก้ไข หรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ
  3. ผู้เขียนที่มีชื่อปรากฏในบทความ ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการดำเนินการบทความจริง
  4. ผู้เขียนบทความที่นำผลงานของผู้อื่นมาใช้ในบทความ ต้องทำการอ้างอิงผลงานดังกล่าวตามรายการอ้างอิงให้ถูกต้องครบถ้วนและต้องมีบรรณานุกรม (Reference) ท้ายบทความ
  5. ผู้เขียนต้องเขียนบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบของวารสารที่ได้กำหนดไว้
  6. ผู้เขียนบทความที่คัดลอกผลงานผู้อื่น ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง
  7. ข้อความที่ปรากฏภายในบทความแต่ละเรื่องที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์แต่อย่างใด ความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนบทความแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนบทความแต่ละท่านจะต้องรับผิดชอบบทความของตนเอง
  8. ผู้เขียนบทความต้องระบุผลประโยชน์ทับซ้อน (ถ้ามี)

 

บทบาทหน้าที่และจริยธรรมของบรรณาธิการ (Duties and Ethics of Editors)

  1. บรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณา ตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพของบทความ ให้เป็นไปตามขอบเขต มาตรฐานของวารสาร
  2. บรรณาธิการต้องรับรองคุณภาพของบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร และพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของวารสารอย่างสม่ำเสมอ
  3. บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้เขียน ผู้ประเมิน และต้องมีความรับผิดชอบในการรักษาข้อมูลได้เป็นอย่างดี
  4. บรรณาธิการต้องพิจารณาบทความด้วยความเป็นธรรม ปราศจากอคติหรือความลำเอียงต่อบทความ และผู้เขียน
  5. หากตรวจพบว่า บทความมีการคัดลอกหรือลอกเลียนแบบจากบทความอื่นโดยมิชอบ หรือมีการปลอมแปลงข้อมูล บรรณาธิการสามารถดำเนินการถอนบทความได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เขียน ซึ่งถือเป็นสิทธิและความรับผิดชอบต่อบทความของบรรณาธิการ
  6. บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน หรือผู้ประเมิน และต้องไม่นำบทความหรือวารสารไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรือนำไปเป็นผลงานของตนเอง
  7. บรรณาธิการไม่ควรเขียนบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของตน

 

บทบาทหน้าที่และจริยธรรมของผู้ประเมินบทความ (Duties and Ethics of Reviewers)

  1. ผู้ประเมินต้องคำนึงถึงคุณภาพบทความ พิจารณาบทความภายใต้หลักการทางวิชาการ โดยปราศจากอคติหรือความลำเอียงต่อบทความ และผู้เขียน
  2. ผู้ประเมินบทความต้องพิจารณาประเมินคุณภาพบทความด้วยวิธีลับ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความในระยะของการประเมิน หรือจนกว่าบทความนั้นจะได้รับการเผยแพร่ในวารสารอย่างเป็นทางการ
  3. ผู้ประเมินบทความควรให้ข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำตามหลักวิชาการที่สอดคล้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้เขียนบทความ
  4. ผู้ประเมินต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์จากผลงานทางวิชาการที่ตนเองได้ทำการประเมิน
  5. ผู้ประเมินต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบ หากพบว่า มีการคัดลอกผลงานผู้อื่น สร้างข้อมูลเท็จ และหรือ ปลอมแปลงข้อมูล