การสื่อสารในภาวะวิกฤตการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่าน เฟซบุ๊กไทยรู้สู้โควิด ของกระทรวงสาธารณสุข

Main Article Content

ณิษาพัชร์ ประสงค์มงคล
สุภาภรณ์ ศรีดี
กานต์ บุญศิริ
สมาน งามสนิท

บทคัดย่อ

บทความมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) นโยบาย 2) การบริหารจัดการ 3) กลยุทธ์ 4) แนวทางการพัฒนานโยบาย การบริหารจัดการ กลยุทธ์การสื่อสารในภาวะวิกฤต การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่านเฟซบุ๊กไทยรู้สู้โควิด ของกระทรวงสาธารณสุข การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 23 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) ผู้ให้ข้อมูลด้านนโยบาย (2) ผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดและการป้องกัน (3) ผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการสื่อสาร (4) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารในภาวะวิกฤต เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสร้างข้อสรุป ผลการวิจัยพบว่า 1) นโยบายการสื่อสารฯ มีการขับเคลื่อนจากผู้บริหารโดยมอบให้คณะทำงานสื่อสารความเสี่ยงและประชาสัมพันธ์ ใช้สื่อแบบผสมผสาน สื่อสารเชิงรุก เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2) การบริหารจัดการการสื่อสารฯ มีโครงสร้างการบริหารจัดการ กำหนดบุคลากร มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน จัดสรรงบประมาณ ทรัพยากรวัสดุ อุปกรณ์เพียงพอ มีการประสานงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานต่อสู้กับโควิด 3) กลยุทธ์การสื่อสารฯ มีการสื่อสารสองทางในหลายแพลตฟอร์มอื่นๆ มีการตอบโต้ภาวะวิกฤต ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและตรงตามความต้องการของประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้ 4) แนวทางการพัฒนานโยบาย การบริหารจัดการ กลยุทธ์การสื่อสารในภาวะวิกฤตการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่านเฟซบุ๊กไทยรู้สู้โควิดของกระทรวงสาธารณสุข ต่อยอดไปสู่โรคอุบัติใหม่หรือโรคอื่น ๆ ต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ประสงค์มงคล ณ., ศรีดี ส., บุญศิริ ก., & งามสนิท ส. (2023). การสื่อสารในภาวะวิกฤตการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่าน เฟซบุ๊กไทยรู้สู้โควิด ของกระทรวงสาธารณสุข . วารสารศิลปการจัดการ, 7(1), 227–247. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jam/article/view/259737
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

ณิษาพัชร์ ประสงค์มงคล, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

 

สุภาภรณ์ ศรีดี, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

 

กานต์ บุญศิริ, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

 

 

สมาน งามสนิท, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

 

เอกสารอ้างอิง

Boonchutima, S., & Noonak, C. (2017). Crisis communication. 21st Century.

Chaichansukkit, P. (2016, December). 10 Formulas for Success Digital Network Communication Strategies. PRThailand. http://www.prthailand.com/images/articles/160505-expertcommu-brand.pdf

Chanthana, S., & Wijitjammaree, N. (2022) New Media Communication Strategies of the Public Health Ministry and Public Trust During the COVID-19 Pandemic. Journal of MCU Nakhondhat, 9(5), 570-584.

Chokwiwat, W. (2020). Looking back and in front of the corona virus-2019. Office of the National Health Commission.

Coombs, W.T. (2012). Ongoing crisis communication: Planning, managing, and responding (3rd ed.). Sage.

Department of Disease Control. (2021). Handbook of disease and health risk communication in a crisis. TS Interprint.

Fearn-Banks, K. (2011). Crisis communications: A casebook approach (4th ed.) Routledge.

Laphirattanakul, W. (2009). Public relations strategies in crisis and crisis management (2nd ed.). Chulalongkorn University.

Nilthanom, P. (2020). The organizational communication during the outbreak of COVID-19 pandemic: case study of True Corporation Public Company Limited[Master’s Thesis, Thammasat University].

Nukulsomprathana, P. (2020, March 1). Crisis communication. Popticles. https://www.popticles.com /business/crisis-communication/

Nyblom, S.E. (2003). Understanding crisis management. Professional Safety, 47(3), 18-25.

Strategy and Planning Division. (2023). COVID-19, A proof of the strength of Thai public health. Ministry of Public Health.

The Public Relations Department. (2002). Public relations handbook in crisis. The Public Relations

Department.

Thokaew, W. (2020). Crisis communication guidelines for local administrative organizations. Sukhothai Thammathirat Open University.

Wigley, S., & Zhang, W. (2011). A study of PR practitioners use of social media in crisis planning. The Pubilc Relations Journal, 5(3), 1-15.