การศึกษาแบบปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี เก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถาม จากสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน จำนวน 552 แห่ง และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มกับผู้บริหารของสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนจากทุกภูมิภาคที่ได้มาจากการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 497 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่าแบบปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการ มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยจำแนกออกเป็น 4 องค์ประกอบใหญ่ คือ (1) การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การบริหารจัดการองค์กร หลักสูตร ข้อมูล และบุคลากรอย่างเป็นระบบ และการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร (2) การส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวม ได้แก่ การดูแลและพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ภาษา การสื่อสาร และการส่งเสริมเด็กในระยะเปลี่ยนผ่าน (3) การส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัย ได้แก่ การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและดูแลสุขภาพ การจัดการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย และการเตรียมพร้อมต่อภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน และ (4) การส่งเสริมด้านสังคมและชุมชน ได้แก่ การส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ−สังคม ปลูกฝังคุณธรรมและความเป็นพลเมืองดี การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน และการจัดการความรู้ สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนควรนำแบบปฏิบัติที่ดีไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทองค์กร และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรให้การสนับสนุนในการดำเนินการตามแบบปฏิบัติที่ดีเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
Kaewsuk, S., & Pongsamran, S. (2019). Behavior of choosing Isan restaurants[Master’s Thesis, Kasem Bundit University].
Kasikorn Research Center. (2020). In 2020, the restaurant business faces high challenges and changing competition patterns which estimated to be worth 4.37 – 441 billion baht. (Current Issue, No. 3067). https://kasikornresearch.com/th/analysis/kecon/business/Pages/ z3067.aspx
Kasikorn Research Center. (2020). The restaurant business in 2021 still has high risks and challenges, growing on vulnerabilities, business investments still need to be cautious. (Current Issue, No. 3175). https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/
Pages/z3175-restaurant-2021.aspx
Kotler, P. (1997). Marketing Management: Analysis, Planning, Implementation, and Control (9th ed.). Prentice-Hall.
Manavet, P. (2019). Factors affecting Thai North-Eastern food restaurants consumer’s behavior in Bangkok. Journal of Management and Marketing, 6(1), 14-29.
Piyasiriwet, P., & Sereerat, S. (2014). Attitude and characteristic of E-San food influencing consumption behavior in Pathumwan Subdistrict, Bangkok[Master’s Thesis, Suan Dusit University].
Sereerat, S., & Samerjai, C. (2013). In Factors affecting buying of construction material of retail shop from wholesalers in Samutprakarn area[Master’s Thesis, Kasem Bundit University].
Strategy and Information Division for Provincial Development, Rayong Provincial Office. (2018). Rayong Provincial Development Plan 2018 – 2021 (Abridged edition). http://123.242.173.8/v2/images/2561-2564.pdf
Teerakwanrote, T., & Kritsadathan, S. (2020). Service marketing (12th ed.). V-Print (1991).
Vanichbuncha, K. (2005). Data analysis using SPSS for Windows (5th ed.). Chulalongkorn University.