แนวทางการนำหลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุโรงเรียนวัยแก้ว จังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ 2) เพื่อศึกษาปัญหาสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุโรงเรียนวัยแก้ว จังหวัดมหาสารคาม 3) เพื่อเสนอแนวทางการนำหลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุโรงเรียนวัยแก้ว จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า
1. หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ มี 4 ข้อ (1) กายภาวนา คือ การดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรงและเข้าใจในสภาวะกาย (2) ศีลภาวนา คือ พฤติกรรมแล้วนำสู่การพัฒนากายและวาจา (3) จิตตภาวนา คือ ตามรู้สภาวจิตแล้วนำสู่การฝึกจิตใจให้สงบ มีความสุข (4) ปัญญาภาวนา คือ ความรู้แจ้งสภาพความจริงซึ่งเกิดจากการอบรมจิต
2. ปัญหาสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุโรงเรียนวัยแก้ว จังหวัดมหาสารคาม มี 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านกาย เช่น การดูแลสุขภาพกายไม่สม่ำเสมอจึงเกิดความปวดเมื่อยต่างๆ (2) ด้านจิต เช่น มักมีความกังวลในเรื่องครอบครัวและร่างกาย (3) ด้านสังคม เช่น การเข้าสังคมมักไม่คล่องตัวเพราะสังขารและตามสังคมไม่ทัน (4) ด้านปัญญา เช่น ความจำเชื่องช้า หลงลืม
3. แนวทางการนำหลักพุทธธรรมตามหลักภาวนา 4 ในการส่งเสริมสุขภาวะและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุโรงเรียนวัยแก้ว จังหวัดมหาสารคาม มี 4 ข้อ (1) กายภาวนา สร้างกิจกรรมการเดินจงกรมและออกกำลังกาย (2) ศีลภาวนา สร้างกิจกรรมรักษาศีลและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ (3) จิตภาวนา สร้างกิจกรรมสวดมนต์และภาวนา (4) ปัญญาภาวนา สร้างกิจกรรมการอบรม และเรียนรู้เข้าใจความจริงของชีวิต
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารศิลปการจัดการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปการจัดการ
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2560). ยุทธศาสตร์กรมกิจการผู้สูงอายุ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สามลดา.
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการส่วนมาตรฐานการจัดบริการสวัสดิการ สังคมสำนักบริการสวัสดิการสังคม. (2548). การศึกษาโครงสร้างและรูปแบบศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2544). พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2564. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: ชุมชุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กิตติคุณ ด้วงสงค์ และคณะ. (2562). รูปแบบการจัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุในจังหวัดสุรินทร์(รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
คณะโรงเรียนวัยแก้ว. (2561). ครบรอบ 1 ปีโรงเรียนวัยแก้ว. มหาสารคาม: คณะโรงเรียนวัยแก้ว.
จักรแก้ว นามเมือง. (2560). โรงเรียนผู้สูงอายุ : ต้นแบบการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุ(รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
บุญเลิศ เลียวประไพ. (2557). ประชากรไทย-อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
พระมหาเชาวฤทธิ์ ทรัพย์สวัสดิ์ นรินฺโท. (2562). การศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามหลักภาวนา 4 กรณีศึกษา: ผู้สูงอายุบ้านห้วยหอย ตำบลธาตุทอง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ(วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภาณุ อดกลั้น. (2563). ทฤษฎีผู้สูงอายุ. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2563, จาก http://www.bcnu.ac.th/newbcnu/attachments/WorksTeacher/Panu/20panu.pdf.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2551). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ประจำปี 2550. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
รศรินทร์ เกรย์, อมรรัษฎ์ บุนนาค และ เรวดี สุวรรณนพเก้า. (2551). พัฒนาการการจัดทำทะเบียนราษฎรและสำมะโนประชากรในประเทศไทย(รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยมหิดล.
สำนักงานเลขานุการวุฒิสภา. (2561). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขานุการวุฒิสภา.
United Nations. (2010). World Population Prospects: The 2008 Revision, Volume 1: Comprehensive Tables. New York: United Nations.