ทัศนานาฏยชาตรี : กระบวนการสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ศิลปะการแสดงเพื่อการแข่งขัน

Main Article Content

Dusittorn Ngamying

บทคัดย่อ

           การทำวิจัยเรื่อง ทัศนานาฏยชาตรี : กระบวนการสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ศิลปะการแสดงเพื่อการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษากระบวนการสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ศิลปะการแสดงเพื่อการแข่งขัน 2. เพื่อประดิษฐ์ศิลปะการแสดงสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์เพื่อการแข่งขัน 3. เพื่อนำไปใช้สำหรับการแข่งขัน วิธีการดำเนินการวิจัย ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ แบบวิจัยและพัฒนา ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โดยการศึกษาจากเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลภาคสนาม จากการสังเกต สัมภาษณ์ สนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลมีจำนวนทั้งหมด 50 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้รู้ 10 คน กลุ่มผู้ปฏิบัติ 30 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั่วไป 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม และไม่มีส่วนร่วม แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ไม่มีโครงสร้าง และแบบสนทนากลุ่ม การตรวจสอบข้อมูลโดยการใช้เทคนิคการตรวจสอบแบบสามเส้าและนำเสนอผลการวิจัยโดยวิธีพรรณนาวิเคราะห์


            ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ศิลปะการแสดงนั้น ผู้ที่สร้างสรรค์ควรจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์โดยการนำความรู้เดิมจากอดีตแสวงหาความรู้ใหม่ ผสมผสานให้เกิดผลงานสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์โดยมีขั้นตอนกระบวนการสร้างสรรค์ 8 ด้าน ประกอบด้วย 1. ศึกษารูปแบบและระเบียบของการแข่งขัน 2. ศึกษาข้อมูลพื้นฐานทางด้านศิลปะการแสดง 3. กำหนดรูปแบบการแสดง 4. ลงพื้นภาคสนามเพื่อหาข้อมูลเชิงลึก 5. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ 6. ทำการออกแบบศิลปะการแสดง  7. ฝึกซ้อม และ 8. นำเสนอผลงาน การประดิษฐ์ศิลปะแสดงสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ มี ทั้งหมด 33 ท่าการแสดง รูปแบบการแปรแถวมี 14 รูปแบบ ผู้แสดงจำนวน 6 คน แบ่งออกเป็นนักแสดงที่แสดงเป็น ชาย 3 คน หญิง 3 คน การแต่งกายจะแต่งแบบยืนเครื่องพระ-นางประยุกต์ ทำนองเพลงดนตรีแบบผสมผสานดั้งเดิมและประยุกต์ ระยะเวลาในการแสดง 5 นาที ส่วนการนำไปใช้สำหรับการแข่งขันนั้น ได้รับคัดเลือกจากสมาคมนาฏกรรม ประเทศไทย ไปแข่งขันที่ เมืองลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย ในงาน The Lombok International Dance Sport Festival 2015 ผลการแข่งขันปรากฏว่าได้ อันดับที่ 2 ประเภท Traditional Dance Team Adult

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Ngamying, D. (2017). ทัศนานาฏยชาตรี : กระบวนการสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ศิลปะการแสดงเพื่อการแข่งขัน. วารสารกระแสวัฒนธรรม, 18(33), 69–78. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/cultural_approach/article/view/88526
ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

[1] Baumgarten, A. G. (1986). Aesthetica. New York: Georg Olms Verlag.

[2] Chandrakasem Rajabhat University. (2010). Aesthetics in Life. 2nd Ed. Nonthaburi: Muaeng Aksorn.

[3] Koontz, H., O’Donnell, C. & Weihrich, H. (1968). Essentials of Management. 3rd ed. New Delhi: TATA Mc Graw-hill.

[4] Iamsakun, Chanthana. (2010). Thai Creative Dance Arts. Bangkok: Thammasat University.

[5] Ngarmying, Dusittorn. (2014). Mon Dance: Creating Standards to Continue the Performing Arts of Thai - Raman. Asian Culture and History, 7(1), 29-34.

[6] Ngarmying, Dusittorn. (2017, April 7). Thasananattayachatri Dance. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=XMPkltF6LIg.

[7] Puangsamlee, Pratin. (1971). Dance Principles. 4th Ed. Bangkok: Thai Mit Printing.

[8] Virolrak, Surapone. (2004). Principle of Dance Performance Show. Bangkok: Dansutha Printing.