ประติมากรรมร่วมสมัย: ถอดรหัสองค์ความรู้ทางสุนทรียภาพที่เหมาะสมกับสวนสาธารณะในประเทศไทย

Main Article Content

Adool Booncham
Songkoon Chantachon
et al.

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา สภาพปัจจุบันและปัญหาของประติมากรรมร่วมสมัยในสวนสาธารณะในประเทศไทย และถอดรหัสองค์ความรู้ทางสุนทรียภาพของประติมากรรมร่วมสมัยที่เหมาะสมกับสวนสาธารณะในประเทศไทย พื้นที่วิจัยได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา กระบี่และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจัดสร้างประติมากรรมร่วมสมัยติดตั้งถาวรในสวนสาธารณะ วิธีการศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารงานวิจัย การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา สภาพปัจจุบันและปัญหาของประติมากรรมร่วมสมัยในสวนสาธารณะในประเทศไทย และถอดรหัสองค์ความรู้ทางสุนทรียภาพของประติมากรรมร่วมสมัยที่เหมาะสมกับสวนสาธารณะในประเทศไทย พื้นที่วิจัยได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา กระบี่และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจัดสร้างประติมากรรมร่วมสมัยติดตั้งถาวรในสวนสาธารณะ วิธีการศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและข้อมูลจากภาคสนาม ใช้วิธีการสำรวจการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลรวม 203 คน แล้วนำเสนอผลการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีการจัดสร้างประติมากรรมร่วมสมัยติดตั้งถาวรในสวนสาธารณะ 15 แห่ง มีผลงานประติมากรรมรวม 101 ชิ้น  สวนสาธารณะสะพานหินจังหวัดภูเก็ตเป็นแห่งแรกที่มีการจัดสร้างประติมากรรมร่วมสมัย ในปี 1969 ในกรุงเทพมหานครมี 8 แห่ง มีผลงานประติมากรรม 40 ชิ้น จังหวัดเชียงใหม่ 2 แห่ง 43 ชิ้น (ถูกจารกรรม 1 ชิ้น และไม่อยู่ในจุดติดตั้ง 1 ชิ้น) จังหวัดภูเก็ตมี 2 แห่ง 2 ชิ้น จังหวัดสงขลามี 2 แห่ง 15 ชิ้น และจังหวัดอุบลราชธานีมี 1 แห่ง 1 ชิ้น ปัญหาที่พบได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับการดูแลรักษาประติมากรรมร่วมสมัย ปัญหาด้านการดูแลรักษาส่วนประกอบของประติมากรรม และปัญหาการขูดขีดประติมากรรม องค์ความรู้ทางสุนทรียภาพของประติมากรรมร่วมสมัยที่เหมาะสมกับสวนสาธารณะในประเทศไทย ประกอบด้วย 1) สุนทรียภาพของประติมากรรมด้านเนื้อหา 2) สุนทรียภาพของประติมากรรมด้านรูปทรง และ 3) สุนทรียภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประติมากรรมร่วมสมัยกับสภาพแวดล้อมในสวนสาธารณะ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Booncham, A., Chantachon, S., & al., et. (2019). ประติมากรรมร่วมสมัย: ถอดรหัสองค์ความรู้ทางสุนทรียภาพที่เหมาะสมกับสวนสาธารณะในประเทศไทย. วารสารกระแสวัฒนธรรม, 20(37), 62–71. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/cultural_approach/article/view/184095
ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

[1] Ashley, A.J. (2015). Examining an Alternative Take on Urban Development: the Alignment of Public Art and Conservation to build Seattle’s Olympic Sculpture Park. Journal of Urban History, 43(3), 493–516.

[2] Awomeso, J.A., Taiwo, A.M., Gbadebo, A.M. & Arimoro, A.O. (2010). Waste Disposal and Pollution Management in Urban Areas: A Workable Remedy for the Environment in Developing Countries. American Journal of Environmental Sciences, 6(1), 26–32.

[3] Cybriwsky, R. (1999). Changing Patterns of Urban Space: Observations and Assessments from the Tokyo and New York Metropolitan Areas. Cities, 16(4), 223–231.

[4] Dumas, C.F., Burrus, R., Diener, E., Payne, J. & Rose, J. (2007). Valuing the Recreational Benefits of Sculpture in Public Parks. Journal of Park and Recreation Administration, 25(2), 29–41.

[5] Lambert, D. (2014). The History and the Future of Public Parks. In Harney, M. (ed.), Gardens & Landscapes in Historic Building Conservation (pp. 91–100). Oxford: John Wiley & Sons.

[6] Lowell, C., Jordan, D. & Liang, Y. (2009). Management Policy in and Typology of State Park Systems. American Journal of Environmental Sciences, 5(2), 187–196.

[7] McDaniel, J. (2015). Spectacle Attractions and Buddhism in Southeast Asia. DORISEA Working Papers. Retrieved April 10, 2017, from http://www.dorisea.de/de/node/1723.

[8] Morris, E. (2014). Bare in the Open Air: A Statue of Lord Derby and the Political Origins of the Outdoors Statue in Nineteenth–Century Britain. Sculpture Journal, 23(3), 307–316.

[9] Sakip, S.R.M., Akhir, N.M. & Omar, S.S. (2015). Determinant Factors of Successful Public Parks in Malaysia. Procedia–Social and Behavioral Sciences, 170(1), 422–432.

[10] Stalker, D. & Glymour, C. (1982). The Malignant Object: Thoughts on Public Sculpture. The Public Interest, 66, 3–21.

[11] Ujang, N., Moulay, A., & Zakariya, K. (2015). Sense of Well–being Indicators: Attachment to Public Parks in Putrajaya, Malaysia. Procedia–Social and Behavioral Sciences, 202(1), 487–494.

[12] Yee, J. & San, C. N. (2011). Consumers’ Perceived Quality, Perceived Value and Perceived Risk towards Purchase Decision on Automobile. American Journal of Economics and Business Administration, 3(1), 47–57.