เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง: กรณีศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมและประเพณีระหว่างชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา กับชาวจีนในนครมี่ลัว มณฑลหูหนาน
คำสำคัญ:
เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง, ชาวไทยเชื้อสายจีน, เบตง, นครมี่ลัว , มณฑลหูหนานบทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องเทศกาลไว้บ๊ะจ่าง: กรณีศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมและประเพณีระหว่างชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา กับชาวจีนในนครมี่ลัว มณฑลหูหนาน มีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบวัฒนธรรมและประเพณีที่ปฏิบัติในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา กับชาวจีนในนครมี่ลัว มณฑลหูหนาน (2) เพื่อศึกษามุมมองความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา กับชาวจีนในนครมี่ลัว มณฑลหูหนาน การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มผู้ให้ข้อมูล 8 ท่าน แบ่งเป็นกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง 4 ท่าน และชาวจีนในมณฑลหูหนาน 4 ท่าน ดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง 12 มิถุนายน พ.ศ. 2568 รวมระยะเวลา 30 วัน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์
ผลการศึกษาพบว่า บริบททางวัฒนธรรมและประเพณีของทั้งสองพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่าง
ชัดเจน ด้านกิจกรรม ชุมชนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตงให้ความสำคัญกับการรวมตัวของครอบครัวในการทำบุญและไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแสดงออกความกตัญญู โดยมีอาสาสมัครในชุมชนร่วมกันจัดงานเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ชุมชนชาวจีนในนครมี่ลัวให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองและการสร้างสำนึกรักชาติ โดยยึดโยงกับตำนานประวัติศาสตร์ของชวีหยวน (屈原 Qū Yuán ) ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าวีรบุรุษของเทศกาลนี้ มีกิจกรรมแข่งเรือมังกรเป็นกิจกรรมหลักของเทศกาล และด้านความเชื่อ ทั้งสองพื้นที่ยังคงให้คุณค่ากับความกตัญญูและความสามัคคี อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องการสืบทอดประเพณีในของกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเทศกาลลดน้อยลง ชุมชนจึงมีความพยายามในการส่งเสริมและจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการสืบทอดเทศกาลนี้ต่อไป
นอกจากนี้ การจัดเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของชาวจีนในนครมี่ลัวได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ก่อให้เกิดพลวัตทางสังคมและเศรษฐกิจภายในงาน สะท้อนกระบวนการยกระดับวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมบางประการได้ถูกปรับลดทอนลงเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของยุคโลกาภิวัตน์ อย่างไรก็ดีงานวิจัยนี้ยังพบประเด็นที่ช่วยการสืบทอดเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างในยุคสมัยใหม่ สามารถสนับสนุนให้เทศกาลยังคงความหมายและความสำคัญในวิถีชีวิตของคนรุ่นต่อไปได้
เอกสารอ้างอิง
ถาวร สิกขโกศล. (2557) เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้.กรุงเทพมหานคร : มติชน.
ธันฐกรณ์ สังขพิพัฒธนกุล.(2564) สังขพิพัฒธนกุล.วัฒนธรรมจีนแต้จิ๋ว: ตัวแทนวัฒนธรรมจีนในสังคมไทย.
วันทิพย์ สินสูงสุด. จีน . (2549). เทศกาลและวันสำคัญ. กรุงเทพมหานคร : สายใจ.
กรมการแพทย์แผนจีน. (2564) ข้อมูลสมุนไพรจีน: อ้ายเยี่ย. [Online] Available: https://www.facebook.com/share/p/1JaNM4Uaix/ (21
เมษายน 2569)
ณัฐธิดา เย็นบำรุง. (2559) คนไทยเชื้อสายจีนที่เข้มแข็ง. [Online] Available: http://www.furd.in.th/event/expert- lectures/view/5PDq0L4X0gaX/ (21 เมษายน 2569)
ภูริตา เรืองจิรยศ และ สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2563) “นาฏกรรมของคนจีนพลัดถิ่น” วารสารเซนต์จอห์น.
สุชนา หลงเจริญ และ เบญจวรรณ รักเงิน. (2567) “การเปลี่ยนแปลงของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างในสังคมจีนปัจจุบัน และมุมมองการเปลี่ยนแปลงของชาว
จีน” วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น. 21 (1) หน้า 337.
Hunan Provincial People’s Government. (2025) “湘菜的个性”. [Online] Available: www.hunan.gov.cn (21 April 2026)
Liu Shilin (2024) 论道汨罗,“端午文化传承与中华文明”研讨会举行. [Online] Available:
https://www.hunantoday.cn/news/xhn/202406/20093152.html
Sae-Wang, R. (2017) "Cultural Heritage Management in Thailand: Common Barrier and the Possible Way to Survive" Silpakorn
University Journal of Social Sciences, Humanities, and Arts. 17 (2) page 133-160.
UNESCO. (2003) Dragon Boat festival - UNESCO Intangible Cultural Heritage. [Online] Available: [URL] (21 April 2026)
Wang, Xin (汪欣). (2015) 民俗文化遗产保护研究——以“端午节”的申遗与保护为例. 北京 : 中国
艺术研究院艺术人类学研究所.
Yangshi Wang (央视网). (2022) “毒”五月 煮艾叶 用艾叶煮水洗头泡澡. [Online] Available:
https://jiankang.cctv.com/2022/05/05/ARTIXhlU29VXWxmddW45lipZ220505.shtml (21 April 2026)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการภาษาและวัฒนธรรมจีน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
บทความใน “วารสารวิชาการภาษาและวัฒนธรรมจีน” เป็นทรรศนะของผู้เขียนโดยเฉพาะ กองบรรณาธิการไม่มีส่วนในความคิดเห็นในข้อเขียนเหล่านั้น
