นวัตกรรมการนิเทศการศึกษาตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการนิเทศการศึกษาตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ (2) เพื่อสร้างนวัตกรรมการนิเทศการศึกษาตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ในการวิจัยเชิงคุณาภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า
(1) ความต้องการจำเป็นของการนิเทศการศึกษาประกอบด้วย 1) ด้านกระบวนการนิเทศ คือ ผู้รับการนิเทศมีโอกาสเข้าร่วมวางแผนการนิเทศการศึกษาตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (PNImodified = 0.264) 2) ด้านเทคนิคการนิเทศ คือ ผู้รับการนิเทศได้รับคำชี้แนะที่เน้นการพัฒนา ไม่ใช่การตำหนิหรือชี้ผิด (PNImodified = 0.259) และ
3) ด้านสื่อและเทคโนโลยีในการนิเทศ คือ มีระบบหรือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล ติดตามผล และวิเคราะห์ผลการนิเทศอย่างเป็นระบบ (PNImodified = 0.281) (2) นวัตกรรมการนิเทศ 2P – TIC ประกอบด้วยด้านกระบวนการนิเทศ 6 ขั้นตอน ด้านเทคนิคการนิเทศ 4 เทคนิค และด้านสื่อและเทคโนโลยีในการนิเทศ 2 รายการ ดำเนินการ
อย่างเป็นระบบและครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ช่วยพัฒนาการบริหาร การจัดประสบการณ์ของครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาปฐมวัย ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู
และผู้นิเทศในการดำเนินงานร่วมกันด้วยเทคนิคการนิเทศแบบสะท้อนคิดการชี้แนะด้วยความเป็นกัลยาณมิตรผ่านการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการนิเทศ นวัตกรรมการนิเทศ 2P – TIC เป็นวิธีการนิเทศเพื่อให้ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร นักวิชาการและบุคลกรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความและบทความในวารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ เป็นแนวคิดของผู้เขียน ไม่ใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของคณะผู้จัดทำ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
ข้อความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการีพิมพ์ในวารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ หากบุคคลใดหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
จำลอง ไชยยา. (2564). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบพัฒนาการร่วมกับการชี้แนะทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดประสบการณ์แบบสมดุลภาษาสำหรับครูผู้สอนเด็กปฐมวัยกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ. หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนปีการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร.
จิระภา ธรรมนำศีล. (2562). การพัฒนารูปแบบการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อม
ด้านภาษาของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
รัตนะ บัวสนธ์. (2565). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ราชกิจจานุเบกษา. (2562, 13 มีนาคม).
พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พุทธศักราช 2562. เล่ม 136 ตอนที่ 24 ก, หน้า 6.
ราชกิจจานุเบกษา. (2562). พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พุทธศักราช 2562. เล่ม 136 ตอนที่ 24 ก, หน้า 6
ลักคะณา เสโนฤทธิ์. (2566). รูปแบบการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัย สังกัดกรุงเทพมหานครตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (นวัตกรรมการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์.
สหประชาชาติประเทศไทย. (2567). เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 4. การศึกษาที่มีคุณภาพ สร้างการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ทุกคน. https://thailand.un.org/th/sdgs/4
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหยวกกราฟฟิค จำกัด.
_______. (2564). แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหยวกกราฟฟิค จำกัด.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Cronbach, L.J. (1974). Essentials of Psychological Testing. (3rded.). New York: Harper and Row.
Glickman, C. D., Gordon, S. P.& Ross – Gordon, J. M. (2018). Supervision and Instructional Leadership: A Developmental Approach. (10th ed.). New York.: Pearson.
Glover, T. A., Reddy, L. A., & Crouse, K. (2023). Instructional coaching actions that predict teacher
classroom practices and student achievement. Journal of School Psychology, 96, 1–11. https://doi.org/10.1016/j.jsp.2022.10.006
Harrison, R., & McInnes, K. (2023). Reflective supervision in early years settings: Supporting practitioners’ wellbeing and professional practice. Early Childhood Education Journal, 51(4), 677-689. https://doi.org/10.1007/s10643-022-01334-y
Hasso Plattner Institute of Design. (2024). Getting started with design thinking. Stanford d.school. https://dschool.stanford.edu/resources/getting-started-with-design-thinking
Junanto, S., & Utami, T. (2020). Development of Academic Supervision Models in Early Childhood
Education Institutions. Paper presented at the 4th (September 5) ICLIQE, Surakarta,
Indonesia. https://dl.acm.org/doi/10.1145/3452144.3452257
McLean, C., McIsaac, J. L. D., Mooney, O., Nasser, R., Penney, S., & McIsaac, B. (2023). A scoping review of quality in early childhood publicly-funded programs. Early Childhood Education Journal, 51, 1267–1278. https://doi.org/10.1007/s10643-022-01372-9
Miller, L. S. (2023). Supervision to support reflective practices. Journal of Educational Supervision, 6(1). https://digitalcommons.library.umaine.edu/jes/vol6/iss1/3
Prasetia, I., Akrim, & Sulasmi, E. (April, 2022). Developing collaborative-based supervision model which accentuates listening and responding skills. Al-Ishlah: Jurnal Pendidikan 14(1), pp.709-720.
Virdamahaputra, N., Nurdin, D., & Khofifah, J. M. (2025). Academic supervision in the digital age: Integrating technology and collaboration for teacher professional development. Indonesia University of Education.
Von Suchodoletz, A., Lee, D. S., & Heppt, B. (2023). Early childhood education and care quality and associations with child outcomes: A meta-analysis. PLOS ONE, 18(5), e0285985. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0285985
Weddle, H., Lockton, M., & Datnow, A. (2023,). Fostering, tailoring, negotiating: The complexities of collaborative coaching in schools under pressure to improve. Educational Researcher, 52(5), pp. 287–299. https://doi.org/10.3102/0013189X231187372
Wiyono, B. B., Rasyad, A., & Maisyaroh. (2021,). The effect of collaborative supervision approaches and collegial supervision techniques on teacher intensity using performance-based learning. SAGE Open, pp. 1-9. https://doi.org/10.1177/21582440211013779
Yamane, T. (1973). Statistic: An Introductory Analysis. (3rd ed.) New York: Harper and Row.