รูปแบบการสื่อสารของสภาเด็กและเยาวชนที่ส่งผลต่อความตื่นตัวทางการเมือง : ศึกษากรณีสภาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่

Main Article Content

ศิรินทิพย์ พรหมจันทร์
พีระพงศ์ สุจริตพันธ์

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1.) กระบวนการสื่อสารของสภาเด็กและเยาวชนที่ส่งผลต่อความตื่นตัวทางการเมือง 2.) รูปแบบการสื่อสารของสภาเด็กและเยาวชนที่ส่งผลต่อความตื่นตัวทางการเมือง 3.) ปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการสื่อสารของสภาเด็กและเยาวชนที่ส่งผลต่อความตื่นตัวทางการเมือง โดยศึกษากรณีสภาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้กลุ่มประชากรแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้                 เป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและการวิเคราะห์เอกสาร ผลการวิจัยพบว่า : 1.) กระบวนการสื่อสารมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความตื่นตัวทางการเมืองของเด็กและเยาวชนโดยเน้นการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน 2.) รูปแบบการสื่อสารที่ใช้ ได้แก่ การสื่อสารแบบมีส่วนร่วม การสื่อสารแบบสองทางและการสื่อสารแบบสื่อผสม 3.) ปัญหา/อุปสรรค ด้านผู้ส่งสาร ขาดทักษะและความรู้ทางการเมือง ด้านสาร มีลักษณะเป็นทางการเข้าใจยาก ด้านช่องทางการสื่อสาร เน้นระบบออนไลน์มากเกินไป ด้านผู้รับสาร บางกลุ่มยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการเมือง มีข้อเสนอแนะ คือ ผู้ส่งสาร ควรมีการพัฒนาทักษะผู้ส่งสารอยู่เสมอ สาร ควรปรับเนื้อหาให้เข้าใจง่าย เพิ่มช่องทางสื่อสารให้หลากหลาย จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้กับผู้รับสารมากขึ้น ผลกระทบแบ่งได้ 2 ประเด็น คือ 1.ผลกระทบเชิงบวก ได้แก่ เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมและความต้องการที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกระบี่มากขึ้น 2. ผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการรับข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ถูกต้อง

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ วงศ์กระพันธุ์. (2563). การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในสภาเด็กและเยาวชน: กรณีศึกษาเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร (สารนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชัยกฤต รัตนากร. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อการตื่นตัวทางการเมืองของนักเรียนโรงเรียนชลราษฎรอำรุงและโรงเรียนชลกันยานุกูลในการเมืองแบบประชาธิปไตย (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.

นวพล แก้วสุวรรณ. (2565). รายงานวิจัยพฤติกรรมการสื่อสารสารสนเทศทางการเมืองของเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

นิพล ปานบัว. (2567). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน: กรณีศึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช (สารนิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสยาม.

บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่. (2568). รายงานผลการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2568. กระบี่: บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกระบี่.

ปฐมพงษ์ พุ่มพฤกษ์ & คณะ. (2565). การสร้างพื้นที่สาธารณะและเครือข่ายเพื่อการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมผ่านสภาเด็กและเยาวชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์, 16(2), 370–402.

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 11 เขต. (2560). แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560–2564. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

อนุ สารบัญ. (2564). การสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตําบลทุ่งบุหลัง อําเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล. (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

อานนท์ บัวภา. (2564). การสื่อสารแบบมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยกับการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

Badaru. & Adu, (2021). The political awareness and participation of university students in post Apartheid South Africa. Research in Social Sciences and Technology, 6(3), 1–24.

David K. Berlo. (1960). The process of communication: An introduction to theory and practice (pp. 96–104). Holt, Rinehart & Winston.

Harold D. Lasswell (2006). The structure and function of communication in society. In D. W. Stacks & M. B. Salwen (Eds.), Communication theories: Critical concepts in media and cultural studies (Vol. 1, pp. 84–95). Routledge.

Nordregio. (2024). Youth as partners in the green transition (Policy Brief No. 2023:4). Nordregio