การพัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคสู่การพึ่งตนเองของชุมชนบ้านโคกสะแบงอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การขยายตัวของชุมชนและการพัฒนาที่มุ่งสู่ความเจริญส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอและคุณภาพลดลง จึงต้องการเพิ่มความสามารถในการจัดการคุณภาพน้ำด้วยตนเอง งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพการใช้น้ำและปัญหาคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคมุ่งพัฒนาความสามารถคนในชุมชนให้จัดการคุณภาพน้ำสู่การพึ่งตนเองและค้นหาข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการคุณภาพน้ำให้ยั่งยืนพื้นที่วิจัยคือชุมชนโคกสะแบง ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ตัวแทนครัวเรือน ผู้นำชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้อง รวม 150 คน เครื่องมือใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ประเด็นคำถามการวิเคราะห์ SWOT แบบประเมินความพึงพอใจ ชุดวิเคราะห์น้ำ MU Test Kid และแบบบันทึก วิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์คุณภาพน้ำเทียบตามเกณฑ์มาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนโคกสะแบงจำนวน119 ครัวเรือน มีการใช้น้ำจากประปาหมู่บ้านที่มีน้ำดิบเพียงพอโดยมีสระเก็บน้ำขนาด 8 ไร่ ลึก 6 เมตร สูบน้ำด้วยไฟฟ้าส่งให้ครัวเรือนหน่วยละ 5 บาท ครัวเรือนจ่ายค่าน้ำ 50-400 บาทต่อเดือน น้ำดื่มส่วนใหญ่ใช้น้ำฝนที่เก็บไว้ในโอ่งใหญ่และซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดเพิ่มขึ้นปัญหาคุณภาพน้ำดื่มที่เป็นน้ำฝนมีความเป็นกรดเล็กน้อย (pH 5.6) น้ำบรรจุขวดซื้อดื่มมีสภาพเป็นกรดอ่อนถึงกลาง (pH 6.50-7.00) น้ำประปาที่เปิดจากก๊อกมีสภาพเป็นกลางถึงเป็นด่าง (pH 6.83-8.00) มีความกระด้างอ่อน ส่วนน้ำดิบในสระประปามีสภาพเป็นกลาง (pH 7.17) เป็นน้ำอ่อนแต่ค่าการนำไฟฟ้าสูงไม่เหมาะแก่การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต แต่มีเกลือแร่สูงเหมาะแก่การเพาะปลูกผลรวมอยู่ในเกณฑ์คุณภาพน้ำประปา แต่ควรเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพเสมอจากการพัฒนาความสามารถคนในชุมชนให้จัดการคุณภาพน้ำโดยการอบรมตรวจวัดคุณภาพน้ำและวิธีป้องกันรักษาคุณภาพน้ำโดยการฝึกเชิงปฏิบัติการ 1 วัน ผลคือเกิดคนที่มีความความสามารถสูงและมีจิตอาสาช่วยชุมชนในการทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในชุมชนโดยใช้เรียกว่า “หมอน้ำชุมชน” จำนวน 5 คน และผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือตรวจวัดและแปลผลได้ แต่ต้องการเพิ่มทักษะและอยากให้มีเครื่องมือชุดตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามไว้ใช้ประจำหมู่บ้าน ผลการประเมินโดยรวมมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาในระดับมากที่สุด โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้บรรจุในแผนพัฒนาเพื่อขยายผลจากการพัฒนาชุมชนต้นแบบนี้สู่ชุมชนอื่นและสร้างเครือข่ายหมอน้ำระดับตำบลระดับจังหวัดถึงระดับชาติ ให้จัดหาเครื่องมือการตรวจวัดและจัดการคุณภาพน้ำประจำทุกชุมชน ควรเพิ่มทักษะทางวิชาการและนวัตกรรมเพื่อใช้จัดการคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ให้พึ่งตนเองได้ จนถึงขั้นสร้างวิสาหกิจผลิตน้ำดื่มที่ได้มาตรฐานจากชุมชนสู่สังคมในอนาคตสืบทอดสู่ลูกหลานชุมชนต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทรรศนะและข้อคิดเห็นในบทความ Journal of Global of Perspectives in Humanities and Social Sciences (J-GPHSS) มิใช่เป็นทรรศนะและความคิดของผู้จัดทำจึงมิใช่ความรับผิดชอบของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแหล่งที่มา
เอกสารอ้างอิง
Department of Health. (2013). kāntrūatsō̜p khunnaphāp nam dư̄m nai rōngrīan samrap khūmư̄ phū nam nakrīan [Drinking Water Quality Monitoring in School for Student Leaders Handbook]. Bangkok: Sun SuSingphim KaeoChaochom.
Hongtong, N. (2013). kānčhatkānkhrư̄akhāi tō̜khwāmmankhongkhō̜ng sapphayākō̜n:kō̜ranīsưksāko̜pūn [The Management of Network for Water Resource Security of Tambon Ko Poon*]. Independent Study. National Institute of Development Administration.
Karnjiradet, T., Rattanasermpong, M., & Suksamran, S. (2018). rūpbǣp kānmī sūanrūam khō̜ng chumchon nai kānčhatkān nam nai čhangwat ʻuthai thānī tām pratyā sētthakit phō̜phīang [A Model of Community Participation in Water Management in Uthai Thani Province According to the Philosophy of Sufficiency Economy]. Journal of MCU Peace Studies. 6(2), 537-522.
Koontanakulvong, S. (2015). botrīan kānwāngphǣn kānčhatkān nam tangtǣ radap chumchon čhonthưng radap čhangwat [Water Management Planning Lessons from the Community Level to the Provincial Level]. Final Report. The Thailand Research Fund (TRF). Chulalongkorn University.
Noiruan, M., Inta, K., Kawiworalak, M., Poollapalin, J. (2016). panhālækhwāmtō̜ngkān khō̜ngchumchon tō̜kānčhatkānnamsamrapʻuppaphōklæbō̜riphōkyāng yangyư̄n :kō̜ranībānmǣ hō̜itambonbānlūangʻamphœ̄čhō̜m thō̜ng čhangwatChīang Mai [Problem and Needs of Community’s Water Consumption and Drinking Water Managing Sustainability. A Case Study: Ban Mae Hoi, Chomthong District, Chiang Mai Province]. Final Report. Rajamangala University of Technology Lanna.
Nummesri, S. (2012). kānčhatkān sapphayākō̜n phư̄a kān ʻuppaphōk læ bō̜riphōk nai phư̄nthī lum čhangwat mǣhō̜ngsō̜n [Water Resources for Consumption in Yum Basin, Maehongson Province]. Rajabhat Chiangmai Research Journal. 13(2), 169-184.
Onwan, D. (2013). kānsāng khwāmkhēmkhæng hai chumchon bon phư̄nthī sūng dōi chai kānthō̜ngthīeo pen thān nai chumchon : kō̜ranī sưksā kanlayānī Watthanā Chīang Mai [Strengthening Upland Community By Using Community-Base Tourism As a Tools: A Case of Kallayaniwattana, Chiang Mai]. Final Report. The Thailand Research Fund (TRF).
Satsanavisut, P., Sripoona, S., Amonsanguansin, J. (2016). kānthāithō̜t kān thāithō̜t nawattakam chumchon nai kānčhatkān nam sīathī mo̜som kap phūm Niwēt sū yaowachon [The Transfer of the Community Innovation in Managing Waste water Treatment Appropriate for the Geographic Ecosystem from Adults to Youth]. Phranakhon Rajabhat Research Journal. (Science and Technology). 11(2), 91-107.