การผลิตหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียนในชุมชนบึงบอน

Main Article Content

คันธรส ภาผล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ผลิตหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นมาประกอบการเล่านิทานอาเซียน 2) หาประสิทธิภาพของหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียนตามเกณฑ์ 80/80  3) เปรียบเทียบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนของเด็กปฐมวัยระหว่างหลังและก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานอาเซียนประกอบหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่น และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยต่อการผลิตหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียนของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุ 5-6 ปี จากโรงเรียนวัดพวงแก้ว ตำบลบึงบอน อำเภอหนองเสือ       จังหวัดปทุมธานี จำนวน 23 คน โดยการเลือกแบบสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนก่อนและหลังกิจกรรม ทั้งหมด 20 ข้อ  และนิทานอาเซียน 10 เรื่อง  ซึ่งจัดกิจกรรมกับกลุ่มตัวอย่าง สัปดาห์ละ 1 ครั้งต่อนิทาน 1 เรื่อง ครั้งละ 15 นาที ติดต่อกัน 10 ครั้ง โดยแต่ละครั้งระหว่าง การจัดกิจกรรมมีแบบทดสอบวัดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนของเด็กปฐมวัยจำนวน 5 ข้อ ในการศึกษาครั้งนี้ใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One-Group Pretest –Posttest design และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ t-test แบบ Dependent Samples


จากการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1) ผลการผลิตหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียน ได้หุ่นเชิดจากวัสดุพื้นถิ่นทั้งหมด 41 ตัว ความสอดคล้อง (IOC) ของหุ่นเชิดที่ผู้วิจัยผลิตกับลักษณะของหุ่นเชิดสำหรับเด็กปฐมวัย หุ่นเชิดทุกตัวมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง    0.67–1.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของนิทานอาเซียนและหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียน พบว่านิทานอาเซียนและหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียน มีประสิทธิภาพ (E1 / E2) เท่ากับ  82.70/83.70 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3) ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนของเด็กปฐมวัยหลังได้รับการจัดกิจกรรมด้วยหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นประกอบการเล่านิทานอาเซียน สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ 0.05  4) เด็กปฐมวัยมีความพึงพอใจต่อการผลิตหุ่นเชิดโดยใช้วัสดุพื้นถิ่นมาประกอบการเล่านิทานอาเซียนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเฉลี่ย 82.62 ถือว่าพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิระประภา บุณยนิตย์. (2550). วิธีช่วยให้เด็กรักการอ่าน. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-19.

ณัฐพรหม อินทุยศ. (2553). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1. เพชรบูรณ์: สถาบันการพลศึกษา.

ณัฐวดี ศิลากรณ์. (2556). ความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่น. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. (2526). การสอนแบบอิงเกณฑ์:แนวคิดและวิธีการ. กรุงเทพฯ: ภาควิชา พื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุบผา เรืองรอง. (2550). สอนลูกเรื่องประชาคมอาเซียน (ASEAN). [ออนไลน์], สืบค้นจาก:https://taamkru.com/th. (2558, 12 พฤศจิกายน).

ปากกาปฐมวัย. (2555). เตรียมเด็กปฐมวัย ก้าวไปสู่พลเมืองอาเซียน. [ออนไลน์], สืบค้นจาก:https://oknation.nationtv.tv. (2558, 9 ธันวาคม).

พรทิพย์ วินโกมินทร์. (2545). หุ่นสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์.

เยาวพา เดชะคุปต์. (2553). บูรณาการนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: แปลนพับลิชชิ่ง.

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2545). การวัดและการประเมินแนวใหม่: เด็กปฐมวัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Ronit Remer & David Tzuriel. (2015). I Teach Better with the Puppet”-Use of Puppet as a Mediating Tool in Kindergarten Education – an Evaluation. Retrieved from: https://pubs.sciepub.com/education/3/3/15/figs.