การใช้และปัญหาการใช้สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรมของหอสมุดแห่งชาติ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้และปัญหาการใช้สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรมของผู้ใช้บริการหอสมุดแห่งชาติรวมทั้งเปรียบเทียบการใช้และปัญหาในการใช้สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม จำแนกตามอายุ อาชีพ และระดับการศึกษา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ใช้บริการสำนักหอสมุดแห่งชาติและหอสมุดแห่งชาติสาขา 12 แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 518 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ One-way ANOVA และ t-test แบบ Independent ผลการวิจัย พบว่า ผู้ใช้บริการมีการใช้สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาความรู้ในสิ่งที่สนใจและเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเอง เลือกใช้ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ภาษาของสารสนเทศที่ใช้คือภาษาไทย เนื้อหาที่ใช้คือด้านวรรณกรรมพื้นบ้านและวรรณคดี มีวิธีการค้นหาจากฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศและฐานข้อมูลอื่นๆ ที่มีให้บริการ ใช้แหล่งสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต ตลอดจนใช้บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้ามากที่สุด สำหรับปัญหาการใช้สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มีปัญหาด้านการเข้าถึงและการค้นหามากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบการใช้และปัญหาการใช้โดยรวมพบว่าผู้ใช้บริการที่มีอาชีพต่างกันมีการใช้และปัญหาการใช้แตกต่างกัน ในขณะที่ผู้ใช้บริการที่มีระดับการศึกษาและอายุแตกต่างกันมีการใช้แตกต่างกัน แต่มีปัญหาในการใช้ไม่แตกต่างกันไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เกี่ยวกับลิขสิทธิ์
ลิขสิทธิ์ของบทความที่ปรากฏในวารสารบรรณศาสตร์ มศว เป็นของผู้นิพนธ์และคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งนี้ บทความทุกเรื่องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อความและข้อมูลของบทความในวารสารฯ เป็นแนวคิดของผู้นิพนธ์ มิใช่เป็นความคิดเห็นของกองบรรณาธิการและมิใช่ความรับผิดชอบของคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ แต่ต้องอ้างอิงแสดงแหล่งที่มาและที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์