การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ทุนและอัตลักษณ์ชุมชนเป็นฐาน : กรณีศึกษาชุมชนบ้านคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: ชุมชนบ้านคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เป็นชุมชนที่มีทุนชุมชนในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะ วิถีคลองสองน้ำ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับทรัพยากรในพื้นที่ การนำทุนและอัตลักษณ์ดังกล่าวมาพัฒนาเป็นกิจกรรมและเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน วัตถุประสงค์ของการวิจัย: เพื่อศึกษาบริบทชุมชนและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเส้นทางและรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ทุนและอัตลักษณ์ชุมชนเป็นฐาน ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงพัฒนาด้วยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่มและการทดลองเส้นทาง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบศึกษาเอกสาร แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 30 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการสังเคราะห์เชิงประเด็น ผลการวิจัย: พบว่า 1) ชุมชนบ้านคลองใหญ่มีศักยภาพจากทุนธรรมชาติ ทุนวัฒนธรรม ทุนมนุษย์ และทุนทางสังคม โดยสามารถสังเคราะห์ “วิถีคลองสองน้ำ” เป็นอัตลักษณ์หลักที่เชื่อมโยงระบบนิเวศ วิถีเกษตรกรรมและประมง ภูมิปัญญา อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชน และ 2) การพัฒนาเส้นทางควรนำทุนและอัตลักษณ์มาแปลงเป็นเรื่องเล่าและกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ แล้วจัดลำดับเป็นเส้นทางประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง ผลการทดลองเส้นทางนำไปสู่การปรับรูปแบบโดยเน้นคุณภาพของประสบการณ์มากกว่าปริมาณกิจกรรม สรุป: รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ประกอบด้วย ทุนของชุมชน อัตลักษณ์ชุมชน เรื่องเล่าและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ การจัดลำดับประสบการณ์และเส้นทางการท่องเที่ยว การสร้างคุณค่าร่วม การมีส่วนร่วมของชุมชน และการประเมินพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางในการเพิ่มคุณค่าแก่ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น และสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อไปในอนาคต
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
** ข้อความ ข้อคิดเห็น หรือข้อค้นพบ ในวารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสารเป็นของผู้เขียน ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความและงานวิจัยนั้น ๆ โดยมิใช่ความรับผิดชอบของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี **
เอกสารอ้างอิง
Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. G. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241–258). Greenwood Press.
Duangsuwan, W. (2025). Development of community tourism routes in Bang Phli District, Samut Prakan Province. Dhonburi Rajabhat University Journal, 19(1), 42–57.
Emery, M., & Flora, C. B. (2006). Spiraling-up: Mapping community transformation with community capitals framework. Community Development, 37(1), 19–35.
Meyer, D. (2004). Tourism routes and gateways: Key issues for the development of tourism routes and gateways and their potential for pro-poor tourism. Overseas Development Institute.
OECD. (2020). OECD tourism trends and policies 2020. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/6b47b985-en
Pine, B. J., II, & Gilmore, J. H. (1999). The experience economy: Work is theatre & every business a stage. Harvard Business School Press.
Richards, G., & Raymond, C. (2000). Creative tourism. ATLAS News, 23, 16–20.
Saengphirun, T., Lertpatcharapong, R., & Saengjamnong, A. (2022). A study of creative tourism activities to promote tourism in Khlong Rang Chorakhe Community, Sena District, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. Manutsayasat Wichakan, 29(1), 274–294.
Thongsamak, J. (2013). Creative tourism: A direction for sustainable tourism development. Journal of Thai Hospitality and Tourism, 8(2), 91–104.
UNESCO. (2023). Fostering creative cities in South-East Asia: Prioritizing creativity Over tourism.