มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองผู้สูงอายุจากการกระทำความผิดทางอาญา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทนำ: ปัจจุบันสังคมไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ รวมทั้งสิ้นประมาณ 14.24 ล้านคน หรือคิดเป็น 22% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และร่างกายของผู้สูงอายุ วัตถุประสงค์ของการวิจัย: 1) เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักกฎหมายอาญา และหลักการคุ้มครองผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้สูงอายุจากการกระทำความผิดทางอาญา 2) เพื่อศึกษาวิเคราะห์และเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองผู้สูงอายุจากการกระทำผิดทางอาญาของประเทศไทยและต่างประเทศ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองผู้สูงอายุจากการกระทำความผิดทางอาญา ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงนิติศาสตร์และเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงนิติศาสตร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ จึงได้ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพในรูปแบบการวิจัยเชิงเอกสารโดยผู้วิจัยค้นคว้าพิจารณาจากความเกี่ยวเนื่อง ความน่าเชื่อถือ ได้แก่ ตัวบทกฎหมายและแนวคำพิพากษาของไทย และตัวบทกฎหมายของต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาที่กระทำความผิดต่อผู้สูงอายุ เอกสารวิชากรและวารสาร โดยค้นหาจากฐานข้อมูลที่เฉพาะ เช่น การกระทำความผิดต่อผู้สูงอายุ การทารุณกรรมต่อผู้สูงอายุ โดยค้นคว้าจากบทความหรือวิทยานิพนธ์ที่มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการ ผลการวิจัย: พบว่า1) ประมวลกฎหมายอาญาของไทยยังไม่มีการบัญญัติให้คำว่า อายุ หรือสภาพความเป็นผู้สูงอายุ ที่เป็นผู้เสียหาย เป็นเหตุฉกรรจ์ในการเพิ่มโทษผู้ที่กระทำความผิดเมื่อเกิดการกระทำความผิดทางอาญา เช่น ความผิดต่อชีวิตและร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ กฎหมายของไทยได้กำหนดระวางโทษไว้เท่ากัน ไม่ว่าผู้เสียหายหรือเหยื่อจะเป็นบุคคลทั่วไป หรือเป็นผู้สูงอายุ 2) เหตุฉกรรจ์เพื่อเพิ่มโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเหตุฉกรรจ์ หรือมาตรา 290 ฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะเห็นว่า กฎหมายอาญาของไทยยอมรับการเพิ่มโทษเฉพาะกรณีที่กระทำต่อเจ้าพนักงาน หรือเป็นการกระทำโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้ายเท่านั้น แต่ไม่มีการพิจารณาหรือหยิบยกปัจจัยด้านอายุของผู้เสียหายมาเป็นเหตุเพิ่มโทษ 3) ประมวลกฎหมายอาอาญา มาตรา 276 ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา และ มาตรา 278 ความผิดฐานอนาจาร จะเห็นว่ากฎหมายของไทยมีการกำหนดเหตุฉกรรจ์เพื่อเพิ่มโทษในเรื่องอายุของผู้เสียหาย เฉพาะกรณีที่กระทำต่อเด็กเท่านั้น แต่กฎหมายไทยไม่มีบทบัญญัติเพิ่มโทษกรณีที่เหยื่อเป็นผู้สูงอายุ ดังนั้น การข่มขืนกระทำชำเราผู้สูงอายุจึงมีระวางโทษไว้เท่ากับการข่มขืนกระทำชำเรา สรุป: ประมวลกฎหมายอาญาของไทยยังไม่มีการบัญญัติให้คำว่า อายุ หรือสภาพความเป็นผู้สูงอายุ ที่เป็นผู้เสียหาย เป็นเหตุฉกรรจ์ในการเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิด เมื่อเกิดการกระทำความผิดทางอาญา เช่น ความผิดต่อชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา กฎหมายของไทยได้กำหนดระวางโทษไว้เท่ากัน ไม่ว่าผู้เสียหายจะเป็นบุคคลทั่วไป หรือเป็นผู้สูงอายุ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
** ข้อความ ข้อคิดเห็น หรือข้อค้นพบ ในวารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสารเป็นของผู้เขียน ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความและงานวิจัยนั้น ๆ โดยมิใช่ความรับผิดชอบของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี **
เอกสารอ้างอิง
Bunnag, N. (2025). SDG vocab 33: Discrimination. SDG Move.https://www.sdgmove.com/2021/07/15/sdg-vocab-33-discrimination/
Chanhom, K. (2016). Kham athibai kotmai anya phak khwamphit [Explanation of criminal law:Specific offences] (2nd ed.). Winyuchon.
Crown Prosecution Service. (2025). Prosecuting crimes against older people: Legal guidance.CPS Criminal Division.
Ditsasi, D. (2014). Legal measures on determining aggravating circumstances in the offence of intentional homicide [Unpublished master’s thesis]. Dhurakij Pundit University.
Foundation for Thai Elderly Research and Development. (2024). Report on the situation of the Thai elderly 2023. Health Systems Research Research Institute.
Janvit, P. (2011). Seminar on economic analysis of law and criminal justice system] (pp. 1-2).Rabi Bhadanasakdi Institute of Legal Research and Development. Office of the Judiciary.
Kamprasert, D. (1999). Legal history (5th ed.). Ramkhamhaeng University Press.
Likhasitwattanakul, S. (2020). Criminal law specific offences: Analysis and reform proposals.Nititham Publishing.
Information Technology and Communication Section, Sukhothai Provincial Office. (2009).Universal declaration of human rights (3rd ed.). Sarakadee.
Iamkhong, S. (2007). The Thai traditional book version of the constitution: The unique pride of Siamese people. Ratthasaphasan, 55(10), 137-162.
Na Nakorn, K. (2004). Criminal law: General provisions. Winyuchon Publishing.
National Statistical Office. (2014). Executive summary of the elder working in Thailand 2014. https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/ebook/2023/20230510155347_34195.pdf
Office of the Royal Society. (2011). Rights. http://legacy.orst.go.th/?knowledges
Pramoj, S. (2016). Ayutthaya period laws (2nd ed.). Winyuchon.
Phetsiri, A. (2005). Criminal theory. Winyuchon.
Sarakit, C. (2014). Legal measures on protection of the elderly from abuse [Unpublished master’s thesis]. Thammasat University.
Sangsuthai, Y. (1977). Criminal law: General provisions. Thammasat University Press.
Sarithananukulwong, N. (2020). Legal measures on protection of rights of elderly suspects or defendants in criminal proceedings [Unpublished master’s thesis]. Thammasat University.
Stigelbauer, J. (2022). Enhancing protections for the elderly: An analysis of the elder abuse prevention and prosecution act. American Journal of Criminal Law, 49(2), 201-218.
Uruwathin, S. (2024). Ageism: The myth of “old age = worthlessness” in a society seeking equality. The Potential. https://thepotential.org/life/ageism/
University of Moral and Political Sciences. (1986). The law code of King Rama I, C.S. 1166:Printed from the royal three seals edition (pp. 274). Thammasat University Press.