การพัฒนาตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา

ผู้แต่ง

  • Panutda Siriphattanakul มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

DOI:

https://doi.org/10.14456/educu.2023.19

คำสำคัญ:

การพัฒนาตัวบ่งชี้, การจัดการศึกษา, ยุคดิจิทัล

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัล 2) ทดสอบความสอดคล้องของตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) ทดสอบความไม่แปรเปลี่ยนข้ามกลุ่มของตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีลักษณะเป็นงานวิจัยเชิงพัฒนา ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การพัฒนาตัวบ่งชี้ กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารและครู 356 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามชุดที่ 1 มีค่าความเชื่อมั่น .97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจอันดับ 1 และอันดับ 2  ขั้นที่ 2 การทดสอบความสอดคล้องของตัวบ่งชี้ กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหาร   และครูจำนวน 1,116 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามชุดที่ 2 มีค่าความเชื่อมั่น .97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับ 1 และอันดับ 2  ขั้นที่ 3 การทดสอบความไม่แปรเปลี่ยนข้ามกลุ่มคือ    กลุ่มที่ 1 โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง และกลุ่มที่ 2 โรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพหุกลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) ตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 18 ตัวบ่งชี้ 6 องค์ประกอบ คือผู้บริหารดิจิทัล องค์กรดิจิทัล ผู้เรียนดิจิทัล
พลังการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ครูยุคดิจิทัล และความเป็นพลเมืองดิจิทัล 2) ตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีความสอดคล้องกันโดยมีค่าดัชนีการทดสอบ  X2/dƒ= .871  p-value =.755 RMSEA= 0 CFI=1 SRMR=.013 GFI=.999 และ 3) ผลการทดสอบความ ไม่แปรเปลี่ยนข้ามกลุ่มของตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา มีความไม่แปรเปลี่ยนของรูปแบบโมเดล โดยมีความแปรปรวนของน้ำหนักองค์ประกอบ

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา. (2562). แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2560) หน่วยที่ 14 เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาสำหรับการจัดการศึกษาที่บ้าน (เอกสารการสอนชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา). สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ธนกฤต สิทธิราช. (2558). อนาคตภาพการจัดการมัธยมศึกษาของประเทศไทยในสองทศวรรษหน้า. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร. 17(3), 71.

บรรจง ลาวะลี. (2560). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคไรพรมแดน. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด. 6 (2), 214.

บัวชมพู ภูกองไชย. (2563). พัฒนาตัวบ่งชี้การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้

ของโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ.

[ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].

พงษ์เทพ จันทสุวรรณ. (2561). การทดสอบความไม่แปรปรวนของการวัดข้ามกลุ่ม : มาตรวัดภาวะผู้นำแรงบันดาลใจ.วารสารสมาคมนักวิจัย 23 (1), 45.

ภูชิศ สถิตพงศ์.(2562). การศึกษาแบบภควันตภาพ : ทางเลือกเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน Ubiquitous Education: Alternative of Instructional Development. วารสารวิทยบริการ. 30(1), 230-241.

ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580. (13 ตุลาคม 2561). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 135 ตอนที่ 82ก,หน้า 1-71.

วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง.(2561). คู่มือพลเมืองดิจิทัล.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

วรภัทร์ ภู่เจริญ, จีระพงศ์ พรกุล และธนกฤต จรัสรุ่งชวลิต. (2550). KPI...ทําให้ง่าย ๆ. สามลดา.

วรรณกร พรประเสริฐ. (2562). การพัฒนาแบบวัดและเกณฑ์ปกติความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา. [ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล (2562ก) การจัดการเรียนรู้ในยุค Disruptive Innovation. ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.

_______. (2562ข). การโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ : จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.

สมหมาย จันทร์เรือง. (2563). ครูในยุค Disruption. สืบค้น 4 สิงหาคม 2563,

จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_1878563.

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน. (2562). สร้างพลเมืองดิจิทัลให้คงความเป็นมนุษย์. สืบค้น 23 กรกฎาคม 2563

https://mgronline.com/qol/detail/9620000058138.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุคนธ์ สินธพานนท์.(2560).ครูยุคใหม่กับการจัดการเรียนรู้ สู่การศึกษา 4.0. 9119 เทคนิคพรินติ้ง.

สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2560). กระบวนทัศน์เทคโนโลยีการศึกษาในยุคดิจิทัล.แพร่ไทยอุตสาหกรรมการพิมพ์.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก

(Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. หน่วยศึกษานิเทศก์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิคส์.(2563). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2563

Thailand Internet User Behavior 2020. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

ศักดา ทัดสา. (2564).กลยุทธ์การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.

[ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].

อติพร เกิดเรือง.(2560). การส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อรองรับสังคมไทยในยุคดิจิทัล, วารสารวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. 6 (1),173–184.

อภิชาต ทองอยู่.(2562). คุยกับ ‘อภิชาต ทองอยู่’ ผู้ปั้นการศึกษาแบบ EEC Model สร้างอนาคตยุคใหม่ให้เด็กไทย. สืบค้น 31 มีนาคม 2563 จาก https://www.salika.co/2019/06/06/eec-model-future-of-education-apichart-thongyou/.

อภิสิทธิ์ เถายะบุตร. (2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนห้องเรียนกลับด้านโดยใช้โมบายเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดิจิทัล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. [ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัย

ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร].

เอกชัย กี่สุขพันธ์. (2559). การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล (School Management in Digital Era). สืบค้น 31 มีนาคม 2563 จาก https://www.trueplookpanya.com/education/content/52232

Ford, T. L (2010). Elementary Principals Use of 21st Century Technology in Schools In New York State. (Doctor of Education In Educational Leadership).The Sage Colleges.

Kingsmill, T.J. (2016). The experience of digital citizenship in a secondary school curriculum (Doctoral dissertation. Ed.D). Australia: Australian Catholic University.

Patti,J. Holzer,A. Stern,R. and Brackett,M.A. (2012). Personal, professional coaching : Transforming professional development for teacher and administrative leaders. Journal of Leadership Education, 11 (1), 263-274.

Ribble.M. (2011). Digital Citizenship in Schools Second Edition. Retrieved 20 March 2020, from https://www.researchgate.net/publication/340468314 Digital_Citizenship_in_School Second_Edition.

Shenker, J.I. Goss S A., and Bemstein B S. (1996). Instructor's Resource Manual for Psychology Implementing Active L earning in the Classroom. Retrieved 31 March 2020, from http: /s

psychv/uiuc,edujskenker/active html

Snyder, S.E. (2016). Teachers' perceptions of digital citizenship development in middle school students using social media and global collaborative projects (Doctoral dissertation of Education). U.S.A.: Walden University.

Sullivan, L. (2017). 8 Skills Every Digital Leader Needs. Retrieved 25 March 2020, from

https://www.cmswire.com/digital-workplace/8-skills-every-digital-leader-need

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

Siriphattanakul, P. (2023). การพัฒนาตัวบ่งชี้การจัดการศึกษายุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 51(3), EDUCU5103001. https://doi.org/10.14456/educu.2023.19