การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Main Article Content

Mali Testham

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ 2) สร้างและพัฒนา 3) ทดลองใช้ และ 4) ประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม                  เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนเวียงสะอาดพิทยาคม ห้อง 2/1 จำนวน 27 คน โดยการเลือกสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ ผลการวิจัย              1. ผลการวิเคราะห์การจัดการเรียนรู้สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับน้อย และสภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ฯ มีองค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้                      ขั้นที่ 1 การทบทวนความรู้เดิม (Activate Prior Knowledge : A) ขั้นที่ 2 เผชิญปัญหา (Problem Situation : P) ขั้นที่ 3 การลงมือกระทำ (Action : A) ขั้นที่ 4 การสร้างองค์ความรู้ (Construction : C) ขั้นที่ 5 การวัดและประเมินผล (Evaluation : E) ขั้นที่ 6 สะท้อนผล (Feedback : F) คือ APACEF Model 4) การวัดและประเมินผล และ 5) ผลป้อนกลับ 3. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดังนี้ 3.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบ เท่ากับ 81.71/80.75 ค่าดัชนีประสิทธิผลของรูปแบบ เท่ากับ 0.7226 3.2 ผลการวิเคราะห์แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบ อยู่ในระดับมากที่สุด 4. การประเมินและรูปแบบฯ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
M. Testham, “การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2”, JILS, ปี 18, ฉบับที่ 1, น. 1–18, ส.ค. 2025.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)