การพัฒนาทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กที่มีภาวะออทิซึม โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย

Main Article Content

สิบเอกหญิงกัญญนัทธ์ คำน้อย

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาสื่อมัลติมีเดียสำหรับการพัฒนาทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กที่มีภาวะออทิซึม และ 2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กที่มีภาวะออทิซึม โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น แบบศึกษากลุ่มตัวอย่างเดียว ดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม ถึง เมษายน 2566 กลุ่มเป้าหมายใช้ การเลือกแบบเจาะจง จากเด็กที่มีภาวะออทิซึม รับบริการแบบไป - กลับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนครพนม ภาคเรียนที่ 2      ปีการศึกษา 2565 อายุระหว่าง 7 – 14 ปี จำนวน 5 คน ซึ่งมีความบกพร่องด้านการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่ HE 663021 เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ สื่อมัลติมีเดีย คู่มือ แบบสังเกต แบบสอบถาม และแบบสังเกตพฤติกรรมผลการใช้สื่อมัลติมีเดีย ใช้เวลาดำเนินการทดลอง 15 ครั้ง รวม 5 สัปดาห์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และแสดงผลโดยใช้ตาราง ผลการวิจัยพบว่า


  1. ผลจากการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียสำหรับการพัฒนาทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กที่มีภาวะออทิซึม ทำให้เด็กที่มีภาวะออทิซึมได้รับสื่อมัลติมีเดียผ่านเว็บไซต์ https://kroobunusmedia.com/ มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.98

  2. ผลการพัฒนาทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กที่มีภาวะออทิซึม โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย ผลการพัฒนา ทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวัน มีค่าเฉลี่ย 0.93 คิดเป็นร้อยละ 93.33

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
คำน้อย ส., “การพัฒนาทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็กที่มีภาวะออทิซึม โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย”, JILS, ปี 16, ฉบับที่ 2, น. 1–12, ส.ค. 2024.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)

เอกสารอ้างอิง

ดาวรถา วีระพันธ์ และชุมพล จันทร์ฉลอง. (2562). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียแบบปฏิสัมพันธ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี.

ธีราภรณ์ ศรีอนันต์. (2564). การใช้ภาพมัลติมีเดียในการบอกความต้องการของเด็กมีภาวะออทิซึม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชา จิตวิทยาการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาลัยวิทยาลัยขอนแก่น.

นิพล สังสุทธิ, ฐิติชญา หมูสี และยุทธพงษ์ สีลาขวา. (2558). การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนมัลติมีเดีย เรื่อง สวัสดีอาเซียนตามแนวคิดทฤษฎี

พฤติกรรมนิยม. ในวารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรม คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

มหาสารคาม. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1.

ศิริพล แสนบุญส่ง, นิป เอมรัฐ และศักดา จันทราศรี. (2561). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย เพื่อการเรียนรู้ เรื่อง โปรแกรมค้นหาสำหรับนักเรียนระดับชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดพระขาว (ประชานุเคราะห์) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร มหาบัณฑิต

หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

ศิโรจน์ ศรีโกมลทิพย์. (2557). ผลการใช้สื่อมัลติมีเดียร่วมกับการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่ส่งผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการผลิตสื่อศิลปะ

สำหรับเด็ก. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา

ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

Brown, Gary. (1996). Multimedia and composition: Synthesizing multimedia discourse. ERIC Document reproduction

service. No. ED388227.25-30.

Callaway, R. (1997). A comparison of effectiveness of teaching ninth grade earth science by a traditional approach, a multi-

media approach, and a multi-media activity package approach. Ed.D. dissertation, University of San Francisco, 1976.

Dissertation Abstracts International. 46: 3004-A.

Crews, Janna Margerette. (2004). Principles and Methodology for Computer-Assisted Instruction (CAI) Design.

http://www.umi.com.

Nafisah. (2005). "A Multimedia Approach to the Professional Development of Teachers: A Virtual Classroom." In D. Achiele.

Ed., Technology in Professional Development: National Council of Teachers of Mathematics.

Wells, Stuart F., and Russel C. Klicka. (1997). Enhancing teaching and learning In higher education with a total multimedia

approach. [Online]. Available: ERIC Item: ED455378 [2007, 10 November].