การพัฒนาเครื่องมือช่วยทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านขนวน อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น

Main Article Content

กฤตฤณ ปูนอน
โรจพล บูรณรักษ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องมือช่วยทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน และหาความเชื่อมั่นของเครื่องมือช่วยทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน ด้วยแบบทดสอบกำหนดเวลา ตีลูก 1 นาที และแบบทดสอบนับจำนวนครั้ง ตีลูก 20 ครั้ง กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านขนวน อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2562 รายวิชา แบดมินตัน จำนวน 34 คน ชาย 20 คน หญิง 14 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง คัดเลือกจากเวลาการเรียนในรายวิชาแบดมินตันที่มีทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตันระดับเริ่มต้น โดยทดสอบทักษะครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ห่างกัน 1 วัน หาค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหา ด้วยค่า  IOC  จากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และหาความเชื่อมั่น ด้วยวิธีการหาค่าความสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้น (ICC)  ผลการวิจัยพบว่า  เครื่องมือช่วยทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน  โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเที่ยงตรงตามเนื้อหา ด้วยค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC เท่ากับ .85 ในการทดสอบด้วยแบบทดสอบกำหนดเวลา ตีลูก 1 นาที ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้น (ICC) ของการเสิร์ฟลูกสั้น นับจำนวนครั้งการตี มีค่าเท่ากับ .622 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับพอใช้ และจำนวนครั้งที่ตีลง มีค่าเท่ากับ .891 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับดี การเสิร์ฟลูกยาว นับจำนวนครั้งการตี มีค่าเท่ากับ .158 (p = 0.18) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ และจำนวนครั้งที่ตีลง มีค่าเท่ากับ .692 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับพอใช้ การตีลูกตบ นับจำนวนครั้งการตี มีค่าเท่ากับ .845 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับดี และจำนวนครั้งที่ตีลง มีค่าเท่ากับ .728 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับพอใช้ และทดสอบด้วยแบบทดสอบนับจำนวนครั้ง 20 ครั้ง ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้น (ICC) ของการเสิร์ฟลูกสั้น การใช้เวลาในการตี มีค่าเท่ากับ .062 (p = 0.36) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ และจำนวนครั้งที่ตีลง มีค่าเท่ากับ .720 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับพอใช้ การเสิร์ฟลูกยาว การใช้เวลาในการตี มีค่าเท่ากับ .055 (p = 0.37) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ และจำนวนครั้งที่ตีลง มีค่าเท่ากับ .902 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับดีมาก การตีลูกตบ การใช้เวลาในการตี มีค่าเท่ากับ .349 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ และจำนวนครั้งที่ตีลง มีค่าเท่ากับ .614 (p < 0.05) ซึ่งมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับพอใช้ สรุปได้ว่าการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการสร้างเครื่องมือช่วยทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน ที่มีความเที่ยงตรง และความเชื่อมั่น ที่สามารถนำไปใช้ในการทดสอบด้วยแบบกำหนดเวลา ตีลูก 1 นาที และแบบทดสอบนับจำนวนครั้ง 20 ครั้ง เหมาะสมที่จะนำไปใช้ประเมินผลด้านทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตันในการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา ได้ต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ปูนอน ก. และ บูรณรักษ์ โ., “การพัฒนาเครื่องมือช่วยทดสอบทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านขนวน อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น”, JILS, ปี 14, ฉบับที่ 2, น. 1–15, ธ.ค. 2020.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)

เอกสารอ้างอิง

จรินทร์ ธานีรัตน์ สุนทร แม้นสงวน และวีระ วิเศษสมิต. (2533). แบดมินตัน. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.

เจริญ วรรธนะสิน. (2515). มาเล่นแบดมินตันกันเถอะ. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวพร.

เจียมศักดิ์ พานิชชัยกุล. (2531). การสอนและการแข่งชันแบดมินตัน. กรุงเทพฯ: ยูไนเต็ดท์บุคส์.

ณัฐวุฒิ ไวโรจนานันต์. (2559). การสร้างเครื่องทดสอบเวลาปฏิกิริยาการตอบสนองของการทำงานระหว่างตากับการเคลื่อนไหวของร่างกายไปยังตำแหน่งเป้าหมาย เพื่อใช้ในกีฬาแบดมินตัน. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 31(3), 165-174.

บุญชม ศรีสะอาด. (2532). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

บุญเรียง ขจรศิลป์. (2542). สถิติวิจัย 1. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: พี.เอ็น.การพิมพ์.

พูนศักดิ์ ประถมบุตร. (2532). การทดสอบและประเมินผลพลศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ไพวัลย์ ตัณลาพุฒ. (2523). แบดมินตัน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

วัชรี อ้ายไชย. (2552). ประเภทของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ. ค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2562, จากhttps://www.gotoknow.org/posts/283094

วาสนา คุณาอภิสิทธิ์. (2541). การสอนพลศึกษา. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดีจำกัด.

วิริยา บุญชัย. (2529). การทดสอบและการวัดผลพลศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.

สมนึก ภัททิยธนี. (2549). การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.

สราวุฒิ ลิ้มติ้ว. (2546). การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทักษะกีฬาแบดมินตัน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จังหวัดราชบุรี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุวิทย์ ทาศรีภู. (2541). การสร้างแบบทดสอบทักษะกีฬาแบดมินตันสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

อารยา องค์เอี่ยม และ พงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2561). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย. วิสัญญีสาร, 44(1), 36-42.

Clark, H. H. (1968). Application of Measurement to Health and Physical Education. 3rd ed. New Jersey: Prentice-Hell.

Kirkendall, D. R., Gruber, J. J., & Johnson, R. E. (1987). Measurement and Evaluation for Physical Educators. Illinois: Human Kinetics publishers.

Koo, T. K., & Li, M. Y. (2016). A Guideline of Selecting and Reporting Intraclass Correlation Coefficients for Reliability Research. Journal of Chiro practice Medicine, 15(1), 155 - 163.