การพัฒนาทักษะการยิงประตูเตบอลด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิค STAD เรื่อง การยิงประตู 5 จุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนน้ำพองศึกษา

Main Article Content

หนึ่งฤทัย ฮาตแสนเมือง
หนึ่งฤทัย ฮาตแสนเมือง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนฝึกและหลังฝึกงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ  1) เพื่อพัฒนาทักษะการยิงประตูเนตบอล ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิค STAD เรื่อง การยิงประตู 5 จุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนน้ำพองศึกษา และ  2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิค STAD เรื่อง การยิงประตู 5 จุด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิค STAD เรื่อง ทักษะการยิงประตู จำนวน 6 แผน  2) แบบสอบถามความพึงพอใจ โดยเครื่องมือทั้ง 2 ได้หาคุณภาพเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ผลคือ เหมาะสม กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1, 1/2, 1/3 โรงเรียนน้ำพองศึกษา จำนวน 130 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง ระยะเวลาในการวิจัย ใช้เวลา 6 คาบ คาบละ 50 นาที โดยทำการทดสอบการยิงประตูก่อนและหลังเรียน นำผลที่ได้มาทำการวิเคราะห์หาค่าความแตกต่างระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยสถิติ T-test Dependent หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียน


ผลการวิจัยพบว่า  1) หลังจากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิค STAD แล้ว พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน  ในการยิงประตูก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ย10.13 ครั้ง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.58 และหลังเรียน มีค่าเฉลี่ย 16.45 ครั้ง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.47 นอกจากนั้น ยังพบว่าคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 นั่นแสดงให้เห็นว่า กลุ่มเป้าหมายมีการพัฒนาขึ้น  2) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.23  จากผลการวิจัยข้างต้น บ่งบอกได้ว่า ทักษะการยิงประตูเนตบอลของกลุ่มเป้าหมายมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ทั้งนี้เกิดจากผู้วิจัยได้ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ฮาตแสนเมือง ห. และ ฮาตแสนเมือง ห., “การพัฒนาทักษะการยิงประตูเตบอลด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิค STAD เรื่อง การยิงประตู 5 จุด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนน้ำพองศึกษา”, JILS, ปี 13, ฉบับที่ 2, น. 55–63, ก.ย. 2019.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)

เอกสารอ้างอิง

กองพัฒนาบุคลากรกีฬา. (2550). หลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาเนตบอลระดับชาติขั้นต้น. กรุงเทพฯ: ฝ่ายพัฒนาบุคลากรกีฬาและการทะเบียนการกีฬาแห่งประเทศไทย.

จีรนันท์ กัณฑวงศ์. (2545). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู อาจารย์โรงเรียนทหาร กรมการทหารช่าง. ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

ช่อพุทธรักษา หมายบุญ. (2558). ผลของการฝึกรูปแบบตารางเก้าช่องที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาเนตบอลหญิง โรงเรียนกัลยาณวัตร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

เทพประสิทธิ์ กุลธวัชวิชัย. (2555). เทคนิคและทักษะกีฬาบาสเกตบอล. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บาล ชะใบรัมย์. (2545). ความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติต่อการออกกำลังกาย กับความพึงพอใจในกิจกรรมกายบริหาร ชุดแม่ไม้มวยไทย ขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับประถมศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ประภัสรา โคตะขุน. (2558). การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน. ค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2560,

http://prapasara.blogspot.co.uk/2015/06/brain-based-learning-bbl.html

ประยง กำประโคน. (2542). ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนพลศึกษาในชั้นเรียนกับโปรแกรมการจัดการกีฬาภายในโรงเรียน ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ปรียาภรณ์ กุลศิริรัตน์. (2551). การใช้พลังงานของนักกีฬาเนตบอล. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา พลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ : แนวคิด วิธีและเทคนิคการสอน 1. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์.

วายุ กาญจนศร. (2559). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือต่อทักษะการเล่นตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านในและความพึงพอใจ ของนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 39(4), 53-64.

ศักดิ์ศรี รักษ์ไทย และและกรณภว์ กนกลภัสกุล. (2559). การประเมินผลสัมฤทธิ์การจัดประสบการณ์เรียนรู้ เรื่อง การเล่นกีฬาเนตบอลสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. ค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2560, จาก https://www.tci-thaijo.org/index.php/tjst/article/view/65720/53736

สนธยา สีละมาด. (2555). หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Gokhan Bayraktar, Serkan T. Aka, & Erdogan Tozoglu. (2013). Survey on physical education and sport department Students’ opinion about cooperative learning method. Journal of education and practice, 4(22), 30-34.

Good, C. V. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw – Hill.

Hadj Benkhaled et. al. (2015). Effects of cooperative and self-Learning strategies on physical education and sport class. International journal for cross-disciplinary subjects in education, 6(4), 2340-2347.