การจัดค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

Main Article Content

เกวลิน ทองแพ
ศิริพงษ์ เพียศิริ

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ    2) ศึกษาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายภายหลังเข้าค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น แบบกลุ่มเดียววัดผลหลังเรียน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ชมรมนาฏศิลป์ไทย โรงเรียนเพชรพิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แผนจัดการเรียนรู้หลักสูตรค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ จำนวน 14 แผน  54 ชั่วโมง 2) แบบประเมินความสามารถทางด้านนาฏศิลป์ไทย และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า


  1. หลักสูตรค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทางตรงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย

                1.1 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ประกอบด้วย นักเรียนสามารถจดจำท่าทางนาฏยศัพท์พื้นฐานได้ จดจำท่ารำประกอบเพลงได้ รำตามจังหวะและเนื้อเพลงได้ด้วยตนเอง ใส่ลีลาในการรำได้ เข้าร่วมค่ายปรับพื้นฐานทางนาฏศิลป์ไทยได้อย่างมีความสุข มีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานท่ารำ เห็นคุณค่าและเกิดภาคภูมิใจในนาฏศิลป์ไทย


                1.2 เนื้อหาของหลักสูตร ประกอบด้วย การฝึกพื้นฐาน (การดัดตัว ดัดมือ ดัดแขน ประเท้า) การต่อท่ารำ การออกแบบศิลปะบนใบหน้า การฝึกแต่งหน้าที่ใช้ในการประกอบการแสดง การฝึก ยืนเครื่อง พระ-นาง  


                1.3 กิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย แผนจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง จำนวน 14 แผน 54 ชั่วโมง


                1.4 การวัดและประเมินผล ประกอบด้วย การประเมินความสามารถทางด้านนาฏศิลป์ไทย และการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน


  1. ความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 85 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ทุกคน ซึ่งผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

  2. ความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดกิจกรรมค่าย อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.17, S.D. = 0.15)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ทองแพ เ. . . และ เพียศิริ ศ., “การจัดค่ายพัฒนาความสามารถทางนาฏศิลป์ไทยสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทางตรง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย”, JILS, ปี 13, ฉบับที่ 1, น. 195–203, มี.ค. 2019.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ, กรมวิชาการ. 2551. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว).

ธนัญชัย มณีธรรม. (2547). ปัญหาการใช้หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนนำร่องและโรงเรียนเครือข่าย สังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

นพดล สายจันทร์. (2557). การพัฒนาหลักสูตรการจัดค่ายศิลปะ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

มาตรฐาน ศรีเงิน. (2555). ผลการจัดการเรียนรู้สาระทัศนศิลป์ เรื่อง การวาดภาพทิวทัศน์ด้วยสีน้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการสอนทางตรง. การศึกษาอิสระปริญญาศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

วัชรินทร์ ศรีรักษา และคณะ. (2555). รายงานการวิจัย เรื่องความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการดำเนินโครงการค่ายศิลปะ (Art Camp) ของนักเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2555. ขอนแก่น: โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์).

วิจารณ์ พานิช. (2558). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, (2), 3-14.