การเขียนผ้าลายอย่างในจิตรกรรมฝาผนัง วัดไชยทิศ กรุงเทพมหานคร เพื่อการอนุรักษ์ โดยจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนผ้าลายอย่างในจิตรกรรมฝาผนังวัดไชยทิศ กรุงเทพมหานคร เพื่อการอนุรักษ์ โดยจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ศึกษาความสามารถในการเขียนผ้าลายอย่างในจิตรกรรมฝาผนัง วัดไชยทิศ กรุงเทพมหานคร เพื่อการอนุรักษ์ โดยจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไป และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนในการเขียนผ้าลายอย่างในจิตรกรรมฝาผนัง วัดไชยทิศ กรุงเทพมหานคร เพื่อการอนุรักษ์ โดยจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 16 คน ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น โดยใช้รูปแบบกลุ่มเดียววัดผลหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน จำนวน 7 แผน โดยผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ มีค่าคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ 4.49 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด แบบทดสอบผลการจัดการเรียนรู้ มีค่าความยาก (p) 0.17 ถึง 1.00 และมีค่าอำนาจจำแนก (B) ระหว่าง -0.58 ถึง 0.68 และมีค่าความเชื่อมั่น 0.82 แบบฝึกความสามารถการเขียนผ้าลายอย่าง มีค่าคุณภาพ 4.91 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด แบบประเมินผลงาน มีค่าคุณภาพ 4.50 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด และแบบประเมินความพึงพอใจ มีค่าคุณภาพ 4.90 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า
1) ผลการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 26.56 จากคะแนนเต็ม 35 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 75.89 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 13 คน จาก 16 คน คิดเป็นร้อยละ 81.25 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2) ความสามารถในการเขียนผ้าลายอย่าง พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 158.87 จากคะแนนเต็ม 185 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.88 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้
3) ความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.87, S.D. = 0.98) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านพัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.90, S.D. = 0.14)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชินกร คำภูธร. (2555). ผลการจัดการเรียนรู้สาระทัศนศิลป์ เรื่องทัศนศิลป์สร้างสรรค์ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การสอนแบบส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6(4), 13-23.
ผดุง อารยะวิญญู. (2556). การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: P. A. ATR & PRINTING.
วรรณิภา ณ สงขลา. (2550). การอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
สุปรียา วงษ์ตระหง่าน. (2546). การจัดการเรียนการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: กองบริการการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). การจัดการเรียนรู้แบบส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: กลุ่มส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้.