การศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียน

Main Article Content

สุจินทรา ปุผมาศ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียน ให้นักเรียน
มีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ70 ขึ้นไป 2) ศึกษาความพึงพอใจ
ของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียน กลุ่มเป้าหมายเป็น
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองกุงวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 15 คน รูปแบบการวิจัยเป็นการทดลองขั้นต้น (Pre-experimental Design)
แบบกลุ่มเดียวมีการวัดผลหลังเรียน (One Shot Case Study) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการ
จัดการเรียนรู้โดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียนจำนวน 10 แผน
20 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ
3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียน
เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า
1) นักเรียนมีคะแนนความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเฉลี่ยเท่ากับ 22.00 คิดเป็นร้อยละ
73.33 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ 12 คน คิดเป็นร้อยละ 80.00 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch
ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสูด
3 ลำดับแรก คือด้านการวัดและประเมินผล ด้านเนื้อหาและด้านกิจกรรมการเรียนรู้ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ปุผมาศ ส., “การศึกษาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของ Murdoch ร่วมกับนิทานพื้นบ้านอาเซียน”, JILS, ปี 12, ฉบับที่ 1, น. 197–204, ส.ค. 2018.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)