การพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพด้วยการจัดการเรียนรู้โครงงานสัมมาอาชีวศิลป์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานสัมมาอาชีวศิลป์ ที่ส่งผลต่อการ
พัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ และเพื่อศึกษาผลการพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ ที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้โครงงาน
สัมมาอาชีวศิลป์ ด้วยวิธีการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi – Experimental Research) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย สังกัดสำนักการศึกษา
เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยการเลือกแบบเจาะจง เพราะมีนักเรียนเพียงห้องเดียว ซึ่งเป็นนักเรียน
ที่ต้องได้รับการเสริมทักษะชีวิตและอาชีพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โครงงานสัมมาอาชีวศิลป์
แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียน แบบบันทึกการสะท้อนผลหลังการจัดการเรียนรู้
แบบบันทึกการเรียนรู้โดยผู้เรียน และแบบสัมภาษณ์นักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและ
การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า
1) กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานสัมมาอาชีวศิลป์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปพัฒนาทักษะชีวิตและ
อาชีพได้จริงนั้น เกิดจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างแรงบันดาลใจ 2) การค้นหา ใคร่ครวญ 3) เพื่อนเพิ่ม
พลังการเรียนรู้ 4) การวางเป้า วางแผน 5) การลงมือทำ และ 6) การสะท้อน สรุป เสนอ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านการทำงาน
ด้วยตนเอง กระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม และกิจกรรมที่หลากหลาย ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน และตัวชี้วัดที่บูรณาการเนื้อหา
3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ 1) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2) กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และ 3) กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และสัมพันธ์กับตัวชี้วัดทักษะชีวิตและอาชีพ
2) ผลของกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานสัมมาอาชีวศิลป์ที่มีต่อทักษะชีวิตและอาชีพ มีผลการวิจัยดังนี้
(1) ผลของกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานสัมมาอาชีวศิลป์ที่มีต่อทักษะชีวิต พบว่า 1) นักเรียนสามารถค้นพบ
จุดเด่นจุดด้อยของตนเอง คือ จำแนก แยกแยะสิ่งที่ดี สิ่งที่ต้องปรับปรุง และแสดงจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง ให้ผู้อื่นรับรู้
ด้วยความมั่นใจ อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 83 ( = 3.32, S.D. = 0.52) 2) นักเรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ
และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่พบ บอกวิธีป้องกันและแก้ปัญหาที่เหมาะสมเมื่อเผชิญสถานการณ
ัญหาได้ อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 79 ( = 3.16, S.D. = 0.71) 3) สามารถจัดการอารมณ์และความเครียด
โดยมีวิธีการผ่อนคลายความเครียด และสามารถสร้างความสุขให้กับตนเองและผู้อื่นได้เหมาะสมกับสถานการณ์
อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 76 ( = 3.04, S.D. = 0.63) 4) นักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในกลุ่ม คือ สามารถ
ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น มีวิธีการสื่อสารกับผู้อื่นทั้งด้านภาษาพูด ภาษากาย ด้วยความสุภาพและเป็นมิตร อีกทั้ง
ยังสามารถสรุปบทเรียนชีวิตตนเองได้ อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็น ร้อยละ 84 ( = 3.36, S.D. = 0.43) (2) ผลของกระบวนการ
จัดการเรียนรู้แบบโครงงานสัมมาอาชีวศิลป์ที่มีต่อทักษะอาชีพ พบว่า 1) นักเรียนมีทักษะการทำงาน โดยสามารถวางแผน
และทำงานตามแผนที่วางไว้ อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 80.25 ( = 3.21, S.D. = 0.65) 2) นักเรียนมีทักษะการ
จัดการ โดยสามารถแบ่งหน้าที่และหาวิธีทำงานเพื่อให้ประสบผลสำเร็จ อยู่ในระดับที่ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 89.25
( = 3.57, S.D. = 0.43) 3) นักเรียนมีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา คือ สามารถมองเห็นปัญหา เข้าใจปัญหา และ
สร้างทางเลือกในการแก้ไขปัญหาได้ อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 77.5 ( = 3.10, S.D. = 0.66) 4) นักเรียนมีทักษะ
การทำงานร่วมกับผู้อื่น คือ สามารถให้ความร่วมมือกับสมาชิกในกลุ่ม อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 83.75 ( = 3.35,
S.D. = 0.55) 5) นักเรียนมีทักษะการแสวงหาความรู้ โดยเฉพาะทักษะการจัดการในการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการทำงาน
และหาวิธีในงานสำเร็จ อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็นร้อยละ 84 ( = 3.36, S.D. = 0.43) 6) นักเรียนมีคุณธรรมและมีเจตคติ
ที่ดีต่ออาชีพ เป็นทักษะอาชีพในด้านที่โดดเด่นมากของพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดเจน อยู่ในระดับที่ดี คิดเป็น
ร้อยละ 66.75 ( = 2.64, S.D. = 0.72)