ผลการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชีววิทยา และการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นและวิธีปกติ
เรื่องระบบต่อมไร้ท่อ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) หาดัชนีประสิทธิผลของแผนจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา
ความรู้ 7 ขั้น และวิธีปกติ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชีววิทยา เรื่องต่อมไร้ท่อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
หลังเรียน ที่เรียนด้วยแผนจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น และวิธีปกติ และ 4) เปรียบเทียบความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น และวิธีปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
ครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน
ห้องเรียน 2 ห้อง จำนวนนักเรียน 86 คน ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster
Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น และ
แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ จำนวน 4 แผน แผนการเรียนรู้ละ 3 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนชีววิทยา เรื่องระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ
มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.22 – 0.48 มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.25 - 0.60 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.97 และแบบวัด
ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 20 ข้อ
มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.23 - 0.45 มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.25-0.63 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้
ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วย t-test (Dependent
Samples และ Independent Samples)
ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบต่อมไร้ท่อ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 4 การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 79.10/78.37 และแผนการจัดการ
เรียนรู้วิธีปกติ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 70.75/65.12 ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2) ดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index : E.I.)
ของแผนจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เท่ากับ 0.7231 แสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนคิดเป็นร้อยละ 72.31 และแผนการจัดการเรียนรู้วิธีปกติ มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.5006 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้า
ในการเรียนคิดเป็นร้อยละ 50.06 3) นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยการจัดกิจกรรมจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
7 ขั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนโดยวิธีปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ
4) นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยการจัดกิจกรรมจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น มีความสามารถในการคิด
วิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนโดยวิธีปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05