แนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดกลาง ที่ประสบผลสำเร็จ : กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านหนองเม็ก สพป.อุบลราชธานี เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการและเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดกลางที่ประสบผลสำเร็จ : กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านหนองเม็ก สพป.อุบลราชธานี เขต 3 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูในโรงเรียนบ้านหนองเม็ก สพป.อุบลราชธานี เขต 3 จำนวน 24 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญสำหรับ ไดแก ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ 1 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ 1 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ 1 คน หัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ 1 คน ครูในโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ 3 คน ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จ 2 คน รวม 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.80 ถึง 1.00 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .91 และค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.2-0.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- ประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดกลางที่ประสบผลสำเร็จ : กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านหนองเม็ก สพป.อุบลราชธานี เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดและเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับค่าเฉลี่ยในแต่ละด้านจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการวางแผนงานวิชาการ ด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้านการวัดผล ประเมินผล และเทียบโอนผลการเรียน ด้านการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในสถานศึกษา ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และอยู่ในระดับมากคือด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- แนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดกลางที่ประสบผลสำเร็จ : กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านหนองเม็ก สพป.อุบลราชธานี เขต 3 คือ 1) มีการประชุมคณะครูวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผลการสอบวางแผนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน 2) ครูได้จัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ มีการนิเทศติดตามมีคู่สังเกตการสอนมีกระบวนการ PLC มีการสร้างสื่อเพื่อพัฒนาการจัดการสอน 3) คณะครูได้มีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรตามกลุ่มสาระโดยยึดหลักสูตรแกนกลาง 2551 เป็นหลักมีการวิเคราะห์หลักสูตรและบูรณาการเนื้อหาสาระสร้างเป็นองค์ความรู้รวม และมีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมากำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา 4) ครูมีการพัฒนาสื่อนวัตกรรมที่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ จัดทำสื่อที่หลากหลายน่าสนใจเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน 5) มีการจัดทำแผนการนิเทศภายในสถานศึกษาและนิเทศติดตาม 6) คณะครูร่วมกำหนดแนวทางการวัดประเมินผลและดำเนินการตามแนวทางตามตัวชี้วัด 7) สถานศึกษามีการส่งเสริมให้ครูมีทักษะความรู้ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และให้ครูมีการทำวิจัยในชั้นเรียน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.