ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการองค์กร, ส่วนประสมทางการตลาดบริการ, ความได้เปรียบทางการแข่งขัน, ผลการดำเนินงานของธุรกิจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชากรคือผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 77,204 ราย กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาจำนวน 384 ราย ใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน โดยมีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และใช้สถิติโมเดลสมการโครงสร้างวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุเพื่อหาเส้นทางอิทธิพลเชิงสาเหตุ ผลการวิจัย พบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารจัดการองค์กร 2) ส่วนประสมทางการตลาดบริการ
3) ความได้เปรียบทางการแข่งขัน และ 4) ผลการดำเนินงานของธุรกิจ ซึ่งโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจากค่า Chi-square=79.430, df=100, p=0.951, CMIN/DF=0.985, GFI=0.941, AGFI=0.973, CFI=1.000, RMSEA=0.023 และ SRMR=0.031 และค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์เท่ากับ 0.83 และจากการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การบริหารจัดการองค์กร ส่วนประสมทางการตลาดบริการ ความได้เปรียบทางการแข่งขัน มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่ง และปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดบริการมีอิทธิพลทางตรงมากที่สุด และปัจจัยด้านการบริหารจัดการองค์กรมีอิทธิพลทางอ้อมมากที่สุดต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่ง และสามารถนำผลการวิจัยที่ได้เป็นข้อมูลในการพิจารณาวางแผนพัฒนาองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่ง เพื่อนำไปสู่การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ
References
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2567). คู่มือปฏิบัติงานธุรกิจค้าส่งค้าปลีก. ค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2567, จาก https://www.dbd.go.th/download/article/article_20190704131227.pdf
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2562). การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง (SEM) ด้วย AMOS (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : หุ้นส่วนจำกัดสามลดา.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2561). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล. (พิมพ์ครั้งที่ 31). กรุงเทพฯ : หุ้นส่วนจำกัดสามลดา.
กรรณิการ์ สิทธิชัย. (2561). การจัดการองค์กรตามแนวคิด 7s ของMcKinsey ที่เอื้อต่อการเป็นองค์กรนวัตกรรมกรณีศึกษาองค์กรที่ได้รางวัลองค์กรนวัตกรรมยอดเยี่ยม. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(3), 1419-1435.
ขนิษฐา เศษคึมบง ธนสุวิทย์ ทับหิรัญรักษ์ และ สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์. (2565). รูปแบบความสำเร็จการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประเภทอาหารในประเทศไทย. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 15(1), 31-48.
ชลิดา ลิ้นจี้. (2563). การจัดการที่มีผลกระทบต่อกระบวนการบริหารงานที่มีคุณภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารศิลปการจัดการ, 4(3), 594-604.
ฐิตินันท์ ชารีบุตร และ ธัญนันท์ บุญอยู่. (2564). ตัวแบบเชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีต่อผลการดําเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจคอมพิวเตอร์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(1), 37-48.
ปิยะดา ทองศรี และ กฤษดาเชียรวัฒนสุข. (2566). การรักษาความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารประเภทอาหารพื้นบ้านขนาดกลางในอำเภอเมืองนครราชสีมาในบริบทของการปรับตัวทางธุรกิจ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 13(4), 16-33.
นิตยา สุภาภรณ์. (2564). ความสามารถและความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในจังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล, 7(2), 43-52.
พรรณรันต์ บุญกว้าง ธนกร สิริสุคันธา และ รวมพร มาลา. (2564). โอกาสและความท้าทายเพื่อความอยู่รอดของร้านค้าปลีกขนาดเล็กในยุคหลังโควิด-19. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(2), 87-98.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2555). สถิติประยุกต์สำหรับนักวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุบิน พุทโสม. (2564). คุณลักษณะของตลาดค้าส่ง ความสามารถของผู้ค้าส่ง คุณลักษณะของผู้ค้าส่ง และส่วนประสมการตลาดที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนของผู้ประกอบการค้าส่ง. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 15(2), 286-300.
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2566). สถิติการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ. ค้นเมื่อ 7 มีนาคม 2566, จาก https://www.smebigdata.com/home
Aboelmaged, M. (2018). The drivers of sustainable manufacturing practices in Egyptian SMEs and their impact on competitive capabilities: A PLS-SEM model. Journal of Cleaner Production, 175, 207-221.
Ashu, S. (2013). A Study of Role of Mckinsey’s 7S Framework in Achieving Organizational Excellence. Organization Development Journal, 31(3), 39-50.
Joreskog, K. G., & Sorbom, D. (1993). Lisrel 8: Structural Equation Model with the Simples command language. Chicago : Software International.
Kaplan, R. S., & Norton, D. P. (1996). Linking the balanced scorecard to strategy. California Management Review, 39(1), 53-79.
Kotler, P., & Keller, K. L. (2016). Marketing Management (15th Global ed). Edinburgh : Pearson Education.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 608-610.
Polyanska, A., Zapukhliak, I., & Oksana, D. (2019). Culture of organization in conditions of changes as an ability of efficient transformations: the case of gas transportation companies in Ukraine. Oeconomia Copernicana, 10(3), 561-580.
Porter, M. E. (1980). Competitive Strategy: Techniques for Analyzing Industries and Competitors. New York : Free Press.
Setiawan, P., Hossain, B., Rahmawati, W., Susilo, B. W., & Lorant, D. D. (2022). Webinar among Indonesian academics during Covid-19, embracing the audiences. PLOS One; San Francisco, 17(3), (Mar 2022): e0265257.
Shelke, T., Sjdhu, A.H., & Parab, V. (2018). McKinsey 7s Model Applicability and Relevancein Educational Sector. International Conference on Ongoing Research in Management & IT, 204-244.
Downloads
เผยแพร่แล้ว
How to Cite
ฉบับ
บท
License
Copyright (c) 2024 วารสารการบัญชีและการจัดการ

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการบัญชีและการจัดการ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว