การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน สำหรับครูในจังหวัดชัยภูมิ

Main Article Content

นฤมล ภูสิงห์
เกษกนก วรรณวัลย์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน 2) พัฒนาหลักสูตร 3) ทดลองใช้หลักสูตร และ 4) ประเมินหลักสูตร ใช้การวิจัยและพัฒนา 4 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง เป็นครูผู้สอนในจังหวัดชัยภูมิ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 318 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน และสนทนากลุ่มโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ระยะที่ 2 พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร กลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และครูผู้สอน 8 คน ระยะที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตร และระยะที่ 4 การประเมินและปรับปรุงหลักสูตร กลุ่มเป้าหมาย เป็นครูผู้สอน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่แบบสอบถาม แบบบันทึกการสนทนา แบบประเมิน ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันสมรรถนะครูในศตวรรษ ที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยภาพรวมมีการดำเนินการในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมมีการดำเนินการในระดับมาก ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนมีความต้องการลำดับแรก 2) หลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน สำหรับครูในจังหวัดชัยภูมิ มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) การนำหลักสูตรไปใช้ 5) สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6) การวัดและประเมินผล 3) ผลการทดลองใช้หลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 52.15 คิดเป็นร้อยละ 74.50 และ 4) ผลการประเมินหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับครูในจังหวัดชัยภูมิ ภาพรวมมีความเหมาะสมในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภูสิงห์ น., & วรรณวัลย์ เ. (2026). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน สำหรับครูในจังหวัดชัยภูมิ. วารสารศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ, 8(2), 147–164. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/larts-journal/article/view/286224
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

นฤมล ภูสิงห์, คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์, มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ชัยภูมิ, ประเทศไทย

นฤมล ภูสิงห์

เอกสารอ้างอิง

OECD. (2023). OECD digital education outlook 2023: Towards an effective digital education ecosystem. OECD Publishing.

UNESCO. (2024). AI competency framework for teachers. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2558). รายงานผลการศึกษา สถานภาพการผลิตและพัฒนาครูในประเทศไทย. บริษัท พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564). คู่มือการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา.

ปิ่นประภาภรณ์ กุลสุวรรณ, & นันทรัตน์ เจริญกุล. (2560). แนวทางพัฒนาการประเมินผลการปฏิบัติงานของครู โรงเรียนบ้านบางกะปิ. An Online Journal of Education, 12(4), 635–649.

เพ็ญพิชชา ใจยอด. (2565). การศึกษาความต้องการและแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมข้อตกลงการปฏิบัติงานของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดตาก. [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].

สุพรรณิการ์ สุทธหลวง. (2565). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยงสำหรับครูประถมศึกษา. [วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].

วราภรณ์ อาจคำไพ. (2565). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดความรู้ในเนื้อหาศาสตร์การสอนและเทคโนโลยี (TPACK). [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].

สิทธิพล อาจอินทร์. (2564). การพัฒนาหลักสูตร. (พิมพ์ครั้งที่ 6). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2564). การพัฒนาหลักสูตร: ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 8 ฉบับปรับปรุง). ออลกราฟิก.

วารินท์พร ฟันเฟื่องฟู. (2563). สมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาวิชาชีพครู. วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์.

ชวนพิศ ศิลาเดช, & มาเรียม นิลพันธุ์. (2560). การพัฒนาสมรรถนะและตัวบ่งชี้สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนมาตรฐานสากล. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 6(2), 79–88.

Stufflebeam, D. L., & Zhang, G. (2017). The CIPP evaluation model: How to evaluate for improvement and accountability. Guilford Press.

มารุต พัฒผล. (2563). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 12(1), 3–4.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2561). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 12). เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิส..

ชูชัย สมิทธิไกร. (2551). การฝึกอบรมบุคลากรในองค์กร. (พิมพ์ครั้งที่ 6). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อุทุมพร จามรมาน. (2543). คู่มือการประเมินโครงการฝึกอบรม. พันปีพับลิชชิ่ง.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. The George Washington University, School of Education and Human Development.

ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 26). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ. (2567). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือการประเมินสมรรถนะครู (ฉบับปรับปรุง). กระทรวงศึกษาธิการ.

วิภาวรรณ เอกวรรณัง. (2560). การพัฒนาชุดประเมินสมรรถนะวิชาชีพครูสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏ. [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์].

ดวงใจ สีเขียว และคณะ. (2565). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับครูประถมศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 13(1), 223–247.

เนาวรัตน์ มะลีลาเต๊ะ. (2563). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างคุณลักษณะวิชาชีพครูด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของครูโรงเรียนหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา].

ประทินทิพย์ พรไชยา. (2561). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23. วารสารวิชาการ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิก สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(1), 25–42.