ลีลาการเรียนรู้ภาษาจีนของนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาผู้เรียนมีความสำคัญต่อการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบลีลาการเรียนรู้ภาษาจีนของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการใช้ลีลาการเรียนรู้ภาษาจีนกับผลการเรียนของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ 3) เพื่อเปรียบเทียบลีลาการเรียนรู้ภาษาจีนของนักศึกษาชั้นที่ 4 ที่สอบผ่านวัดระดับภาษาจีน HSK5 กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่อยู่ระหว่างการเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาจีน HSK5 ในปีการศึกษา 2566 โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประยุกต์จากแบบสอบถามลีลาการเรียนรู้ของ Grasha และ Reichmann มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และสถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่านักศึกษาทุกระดับชั้นปี มีลีลาการเรียนรู้แบบพึ่งพามากที่สุด ลีลาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ลีลาการเรียนรู้แบบอิสระ และลีลาการเรียนรู้แบบแข่งขันมีความสัมพันธ์ทางบวก ต่อระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาจีนของนักศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 0.05 และ 0.05 ตามลำดับส่วนลีลาการเรียนรู้แบบหลีกเลี่ยงมีความสัมพันธ์ทางลบ ต่อระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาจีนของนักศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่สอบผ่านวัดระดับภาษาจีน HSK5 มีการใช้ลีลาการเรียนรู้แบบพึ่งพา ลีลาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ลีลาการเรียนรู้แบบอิสระ และลีลาการเรียนรู้แบบหลีกเลี่ยงแตกต่างจากนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาจีน HSK5 อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมต่อลักษณะการเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้สอนจะต้องเข้าใจ ศึกษาลักษณะตัวบุคคล ความสนใจ รวมถึงพฤติกรรมที่ผู้เรียนเลือกแสดงออกในชั้นเรียน ลักษณะการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมกับเพื่อนและความรับผิดชอบของผู้เรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทางภาษาจีนให้เหมาะกับผู้เรียน กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กนกพร ศรีญาณลักษณ์. (2551). รูปแบบการเรียนภาษาจีนของนิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารศึกษาศาสตร์. 19(3), 15-25.
ณัฐพงษ์ โตมั่น และรพีภรณ์ เบญจพิทักษ์ดิลก. (2566). ลีลาการเรียนรู้ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต (คอบ.4 ปี) คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วารสารวิชาการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 1. 8(2), 112-123.
เทื้อน ทองแก้ว. (2563). การออกแบบการศึกษาในชีวิตวิถีใหม่: ผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19. วารสารคุรุสภาวิทยาจารย์. 1(2), 1-10.
ธัญญวัฒน์ ตรีเนตร. (2553). การใช้งานมอบหมายปฏิบัติที่หลากหลายที่สอดคล้องกับลีลาการเรียนของผู้เรียน. [รายงานการวิจัย]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.
บุญเตือน วัฒนกุล, ศิริกุล การุณเจริญพาณิชย์ และศรีสุดา งามขำ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเรียนกับลีลาการเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 14(2), 283-297.
เพียรศิลป์ ปินชัย. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 13(1), 174-183.
รัชย์ชวินท์ ยะอนันต์, อังคณา อ่อนธานี และวารีรัตน์ แก้วอุไร. (2559). การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่มีลีลาการเรียนรู้แตกต่างกัน โดยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร. 18(1), 166-174.
ศิริพร พึ่งเพ็ชร์. (17, มิถุนายน, 2559). การศึกษาลีลาการเรียนรู้ของนักศึกษาสหวิทยาการท้องถิ่นที่เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการเรียน มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. [เอกสารนำเสนอในที่ประชุม]. การประชุมวิชาการและเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ครั้งที่ 3 ก้าวสู่ทศวรรษที่ 2: บูรณาการงานวิจัย ใช้องค์ความรู้ สู่ความยั่งยืน, นครราชสีมา.
ศักดิ์คเรศ ประกอบผล. (2563). การวิเคราะห์ผู้เรียน: ลีลาการเรียนรู้. ครุศาสตร์สาร. 14(2), 1-14.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย สังเคราะห์ภาพรวม. [รายงานการวิจัย]. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
เสน่ห์ เดชะวงศ์ และสมพร โกมารทัต. (2559). รายงานการวิจัยรูปแบบการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศไทย . มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
เสาวลักษณ์ อนุยันต์. (2563). อนาคตทางการศึกษา: ผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. 14(2), 14-25.
Bruner, J. S. (1977). The Process of Education. Harvard University Press.
Dunn, R. (1983). Learning style and its relation to exceptionally at both ends of the spectrum. Exceptional Children, 4(6), 496-506.
Grasha, A. F. (1996). Teaching with style: The Integration of Teaching and Learning Styles in the Classroom. Teaching Excellence Toward the Best in the Academy, 7(5), 1995-1996.
Grasha, A., & Reichmann, S. (1975). Workshop Handout on Learning Styles. Faculty Resource University of Cincinnati.
Keefe, J. (1985). Assessment of Learning Style Variables: The NASSP Task Force Model. Theory into practice, 24(2). 138-144.
National Association of Secondary School Principals. (1979). Student Learning Style: Diagnosing and Prescribing Programs. National Association of Secondary School Principals.
Marshall, C. (1991). Teachers' learning styles: how they affect student learning. The Clearing House, 64, 225-226.
Tyler, R.W. (1949). Basic Principles of Curriculum and Instruction. Chicago: The University of Chicago press.