การพัฒนาชุดกิจกรรมทัศนศิลป์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมทัศนศิลป์ เสริมสร้างความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์สร้างเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนดงขุยวิทยาคาร โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 1 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) จำนวน 1 ห้องเรียน ผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการทดลอง ด้วยตนเองทำการทดลองเวลา 5 สัปดาห์ สัปดาห์ล่ะ 1 วัน วันล่ะ 2 ชั่วโมงต่อครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์ เสริมสร้างความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ได้แก่ (1) ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์กับการวาดภาพ (2) ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์กับภาพพิมพ์ (3) ทัศนศิลป์กับการปั้น (4) ทัศนศิลป์กับการประดิษฐ์ (5) ทัศนศิลป์กับการระบายสี และ เป็นกิจกรรมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพการพัฒนาชุดกิจกรรมทัศนศิลป์มีค่าเท่ากับ 81.70/83.60 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 2) ผลเปรียบเทียบความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 1 หลังจากที่นักเรียนกลุ่มตัวอย่างใช้ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์แล้วระดับคะแนนหลังเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์แล้วสูงกว่าก่อนเรียนก่อนใช้ชุดกิจกรรมทัศนศิลป์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรกฎ แพทย์หลักฟ้า. (2552). การศึกษาเปรียบเทียบความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กระดับประถมวัยก่อนและ หลังการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความสามารถด้านมิติสัมพันธ์. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
คันธรส วงศักดิ์. (2553). ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะ ประดิษฐ์โดยใช้พืชผักผลไม้. [ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2538). ชุดการสอนระดับประถมศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ทองเลิศ บุญเชิด. (2541). ผลการใช้ชุดกิจกรรมที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนบ้านซับสนุ่นจังหวัดสระบุรี. (ปริญญานิพนธ์). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ธงไชย สินทรัพย์ทวีคูณ. (2564). การพัฒนาความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมละเลงสี. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 2(1), 117-125.
เพ็ญทิพา อ่วมมณี. (2547 ). ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กประถมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยลวดกำมะหยี่. (ปริญญานิพนธ์).มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พิสิษฐ์ ทองงาม. (2555). การหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม. https://kroopisit.wordpress.com
ภรณี คุรุรัตนะ. (2540). เด็กปฐมวัยในท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง. วารสาร การศึกษาเด็ก ปฐมวัย, 1(1), 43-51.
ล้วน สายยศ. (2543). มิติสัมพันธ์สำคัญไฉน. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 1(2), 21-26.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2529). ศิลปะเด็กความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ. อมรินทร์การพิมพ์.
วิรุณ ตั้งเจริญ. (2542). วิวัฒนาการศิลปศึกษาและสุนทรียภาพของเด็กไทยในปัจจุบัน. รายงานการวิจัย.ฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุปราณี ชมจุมจัง. (2559). ผลการจัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ที่มีต่อทักษะการวาดภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่6. (ปริญญานิพนธ์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อารี พันธ์มณี. (2547). จิตวิทยาสร้างสรรค์การเรียนการสอน. ใยไหมครีเอทีฟกรุ๊ป.
อารยา ล้อมสาย. (2552). ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัยได้รับการจัดกิจกรรมขนมไทยตักหยอด. (ปริญญานิพนธ์). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
อัญชลี รัตนชื่น. (2550). ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัยที่ได้ทำกิจกรรมศิลปะเครื่องแขวน. (ปริญญานิพนธ์). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.