การศึกษากลวิธีทางภาษาที่ใช้ในวัจนกรรมการแก้ความเข้าใจผิด ของผู้ฟังในสถานการณ์ที่ต่างกันในภาษาไทย: กรณีคู่สนทนาที่มีสถานภาพและความสนิทสนมต่างกัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษากลวิธีทางภาษาที่ผู้พูดภาษาไทยใช้ในวัจนกรรมการแก้ความเข้าใจผิดและพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีทางภาษาที่ใช้ในวัจนกรรมดังกล่าวกับปัจจัยเรื่องปัจจัยเรื่องสถานภาพและความสนิทสนมของคู่สนทนา และปัจจัยเรื่องสถานการณ์การแก้ความเข้าใจผิดที่มีหรือไม่มีบุคคลที่สามและสถานการณ์การแก้ความเข้าใจผิดที่มีผลหรือไม่มีผลต่อผู้พูด ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามแบบเติมเต็มบทสนทนาชนิดให้เขียนตอบ (Written Discourse Completion Task; WDCT) โดยกลุ่มตัวอย่างผู้พูดภาษาไทยที่ใช้ในงานวิจัยมีจำนวน 400 คน แบ่งเป็นเพศชาย 200 คน และเพศหญิง 200 คน ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้พูดภาษาไทยเลือกใช้กลวิธีทางภาษาในวัจนกรรมการแก้ความเข้าใจผิดจำนวนทั้งสิ้น 2 กลวิธีใหญ่ เรียงลำดับความถี่จากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ 1. กลวิธีทางภาษาแบบอ้อม (ร้อยละ84.06) และ 2. กลวิธีทางภาษาแบบตรง (ร้อยละ 15.94) ส่วนผลการวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีทางภาษาที่ใช้ในวัจนกรรมการแก้ความเข้าใจผิดกับปัจจัยเรื่องปัจจัยเรื่องสถานภาพและความสนิทของคู่สนทนา และปัจจัยเรื่องสถานการณ์การแก้ความเข้าใจผิดที่มีหรือไม่มีบุคคลที่สามและสถานการณ์การแก้ความเข้าใจผิดที่มีผลหรือไม่มีผลต่อผู้พูดมีผลต่อการเลือกใช้กลวิธีทางภาษาในวัจนกรรมการแก้ความเข้าใจผิดของผู้พูดภาษาไทยดังจะเห็นได้จากค่า p ของกลวิธีทางภาษาทั้งหมดต่ำกว่าระดับนัยสำคัญที่ 0.050 (P<0.050) ทั้งนี้ พฤติกรรมทางภาษาดังกล่าวสอดคล้องกับปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมเรื่องความเป็นสังคมแบบอิงกลุ่ม (Collectivism) และความเป็นวัฒนธรรมปริบทสูง (High context culture)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จีรรัตน์ เพชรรัตนโมรา. (2544). การศึกษาการแสดงการขอโทษของผู้พูดที่มีสถานภาพต่างกันในภาษาไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชาญวิทย์ เยาวฤทธา. (2554). แนวคิดเรื่อง "บุญคุณ" กับวัจนกรรม 3 ชนิดในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฑิตยา สุวรรณะชฏ และคณะ. (2527). สังคมและวัฒนธรรมไทย: ข้อสังเกตในการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ณัฐพร พานโพธิ์ทอง. (2555). เอกสารคำสอนรายวิชา 2201783 การวิเคราะห์ภาษาไทยตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง). ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (เอกสารอัดสำเนา)
ทัดดาว รักมาก. (2560). กลวิธีการตอบการแสดงความไม่พอใจของพนักงานต้อนรับสายการบินภาคพื้นดิน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทัศนีย์ เมฆถาวรวัฒนา. (2541). วัจนกรรมการขอโทษในภาษาไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิธิ เอียวศรีวงศ์.(2546). สิทธิและความเกรงใจ: วัฒนธรรมความจน. กรุงเทพมหานคร: แพรวสำนักพิมพ์.
ปราณี โหมดหิรัญ. (2548). การแก้ความเข้าใจผิดของผู้พูดคนไทยและอเมริกัน: การศึกษาแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ข้ามวัฒนธรรมและภาษาในระหว่าง. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปวีณา วัชรสุวรรณ. (2547). กลวิธีการกล่าวแย้งในภาษาไทย: กรณีครูและนักเรียน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พักตร์วิภา เอื้ออมรวณิช. ปัจจัยที่มีผลต่อความเงียบในห้องเรียนของนักศึกษาไทยในระดับอุดมศึกษา.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาตะวันตก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พัทยา สายหู. (2556). ค่านิยมในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
เพชรีภรณ์ เอมอักษร. (2549). กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย: กรณีผู้พูดที่มีสถานภาพต่างกัน.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรหมินทร์ ประไพพงษ์. (2562). วัจนกรรมการขู่ในภาษาไทย: กรณีคู่สนทนาที่มีสถานภาพเท่ากัน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เมตตา วิวัฒนานุกูล. (2549). การสื่อสารต่างวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล และณัฐพร พานโพธิ์ทอง. (2563). การศึกษาวัจนกรรมการแสดงความเห็นแย้งของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษา: กรณีศึกษานักศึกษาชาวจีนจากมณฑล ยูนนานและกวางสี. วารสารวจนะ. 9, 1: 107-118.
รุ่งอรุณ ใจซื่อ. (2549). วัจนกรรมการแสดงความไม่พอใจในภาษาไทย: กรณีนิสิตนักศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัมภ์รดา กองช้าง. กลวิธีการตอบถ้อยคำนัยผกผันในภาษาไทย: กรณีคู่สนทนาที่มีสถานภาพเท่ากัน.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์. (2537). กลวิธีความสุภาพของผู้พูดภาษากรุงเทพฯ. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สิทธิธรรม อ่องวุฒิวัฒน์. (2549). วัจนกรรมการตักเตือนในภาษาไทย: กรณีศึกษาครูกับศิษย์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิทธิธรรม อ่องวุฒิวัฒน์. (2558). การแสดงความเห็นแย้งในปริจเฉทการสนทนาในภาษาไทยและข้อคำนึงที่เป็นเหตุจูงใจ. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิทธิธรรม อ่องวุฒิวัฒน์. (2561). การแก้ความเข้าใจผิดของคู่สนทนาในภาษาไทย: การศึกษากลวิธีทางภาษากับข้อคำนึงที่เป็นเหตุจูงใจ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 8, 1: 116-127.
สุนทรี โคมิน และสนิท สมัครการ. (2522). รายงานวิจัยเรื่องค่านิยมและระบบค่านิยมไทย: เครื่องมือในการสำรวจวัด. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์.
สุพัตรา สุภาพ (2529). สังคมและวัฒนธรรมไทย: ค่านิยม ครอบครัว ศาสนาและประเพณี. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
สุภมาส อังศุโชติ และคณะ. (2557). สถิติการวิเคราะห์สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์: เทคนิคการใช้โปรแกรม LISREL. กรุงเทพมหานคร: เจริญมั่นคงการพิมพ์.
อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2541). ภาษาศาสตร์สังคม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Atkinson, J. and Maxwell, D, P. (1979). Order in Court. Hummanities Press, Atlantic Highlands, NJ.
Austin, John L. 1962. How to do Thing with Word. New York: Longman.
Bandumedha, N. (1998). Thai Views of Man as a social Being. In Amara Ponsapich (eds), Traditional and Changing Thai World View, 103-129. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Edstom, A. (2004). Expression of disagreement by Venzuelans in conversation: reconsidering the influence of culture. Journal of pragmatics36: 1499-1518.
Fox, J, J. (1974). ‘Our ancestors spoke in pairs’: Rotinese views of language, dialect, and code. In Bauman, R., Sherzer, J. (Eds.), Explorations in the Ethnography of Speaking. Cambridge University Press, Cambridge, 65–85.
Garcia, C. (1989). Disagreeing and requesting by Americans and Venezuelans. Linguistics and Education1: 299-322.
Greatbatch, D. (1992). On the management of disagreement between news interviewees. In Drew, P., Heritage, J. (Eds.), Talk at work: Interaction in Institutional Setting. Cambridge: Cambridge University Press, 268-231.
Hall, S. (1981). Visual culture: the reader. London; Thousand Oaks: SAGE Publications in association with the Open University.
Hansen Maj-Britt, Mand Visconti, J. (2009). Current Trends in Diachronic Semantics and Pragmatics. London: Emerald Group publishing limited.
Hurford, J. R., & Heasley, B. (1983). Semantics a coursebook. New York: Cambridge University Press.
Hofstede, G. (1987). Culture's consequences: international differences in work-related values. Beverly Hills: Sage Pub.
Jandt, F. E. (2010). An introduction to intercultural communication: Identities in a global community. Thousand Oaks: CA Sage Publications.
Kakava, C. (2002). Opposition in Modern Greek discourse: cultural and contextual – constraints. Journal of pragmatics 34: 1537-1568
Kattriel, T. (1986). Talking Straight: Dugri Speech in Israeli Sabra Culture. Cambridge: Cambridge: University Press.
Kim, M. (2013). Why self-deprecating? Achieving ‘oneness’ in conversation. Journal of Pragmatics69: 82-98.
Kothoff, H. (1993). Disagreement and concession in disputes: on the context sensitivity of preference structure. Language in Society 22: 193-216.
Krainer, E. (1988). Challenges in a psychotherapy group. In: Axmaker, S., Jaisser, A., Singmaster,H. (Eds.), Proceedings of the Fourteenth Annual Meeting of the Berkeley Linguistics Society. Berkeley, CA, 100-113.
Kuo, S. (1991). Conflict and its Management in Chinese Verbal Interaction: Casual Conversations and Parliamentary Interpellations. Georgetown University Dissertation, Washington, DC.
Mulder, N. (1996). Inside Thai society: An interpretations of everyday life. Amsterdam: Pepin Press.
Myers, G. (1998). Displaying opinions: topics and disagreement in focus group. Language in Society27: 85-111.
Netz, H. (2014). Disagreement patterns in gifted classes. Journal of Pragmatics 61, 142-160.
Palakornkul, A. (1972). A Socio-linguistic study of pronominal strategy in spoken Bangkok Thai. Ann Arbor, Mich: University Microfilms International.
Panpothong, N. (1999). The functions of Metaphor from the Thai Speaker’s point of view. Journal of Thai Language and Literature, 16(1), 259-268.
Pongsapich, A (eds). (1998). Traditional and changing Thai world view. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Rees-Miller, J. (2000). Power, severity, and context in disagreement. Journal of pragmatics 32: 1087-1111)
Schifrin, D. (1984). Jewish argument as sociability. Language in Society13: 311-355.
Searle, John R. 1969. Speech act. London: Cambridge University Press.
Song, K, (1993). An Interactional Sociolinguistic Analysis of Argument Strategies in Korean. Conversational Discourse: Negotiating Disagreement and Conflict. Georgetown University Dissertation, Washington, DC.
Takahashi, T, and Beebe, L, M. (1993). Cross-Linguistic Influence in the Speech Act of Correction. In Kasper, G., and Blum-Kulka, S. (Eds.), Interlanguage Pragmatics, 138-157. New York: Oxford University Press.
Wetzel, P, T. (1988). Are “powerless” communication strategies the Japanese norm? Language in Society 17: 555-564.
Zhu, H. (2014). Duelling Languages, Duelling Values: Codeswitching in bilingual intergenerational conflict talk in diasporic families. Journal of Pragmatics 40, 10: 1799-1816.