การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอน ของโรงเรียนคิชฌกูฏวิทยา จังหวัดจันทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนคิชฌกูฏวิทยาจังหวัดจันทบุรี ศึกษาความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการจำแนกตามกิจกรรมการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และศึกษาปัญหา ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คณะครูและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนคิชฌกูฏวิทยาจังหวัดจันทบุรี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 59 คน จำแนกออกเป็น คณะกรรมการฝ่ายบริหารโรงเรียนจำนวน 8 คน ครูผู้สอนจำนวน 35 คน และผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 16 คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 2 ฉบับ ประกอบด้วยฉบับที่ 1 เป็นแบบสอบถามประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ใน 4 ด้านคือการประเมินด้านสภาพแวดล้อม การประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น การประเมินด้านกระบวนการ และการประเมินด้านผลผลิต ฉบับที่ 2 เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ซึ่งแบบสอบถามทั้ง 2 ฉบับ ได้นำมาวิเคราะห์หาค่าความเที่ยง (Reliability) โดยการวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha – Coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค แบบสอบถามฉบับที่ 1 มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .98 และแบบสอบถามฉบับที่ 2 มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการประเมินโครงการ พบว่า (1) การดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนโดยภาพรวมมีผลการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการปฏิบัติเป็นรายด้านพบว่า ด้านสภาพแวดล้อมของโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ด้านกระบวนการของโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมาก และด้านผลผลิตของโครงการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง แหล่งเรียนรู้ที่มีการพัฒนาอยู่ในระดับมาก ได้แก่ แหล่งเรียนรู้ห้องปฏิบัติการการสอนส่วนแหล่งเรียนรู้ห้องเรียนคุณภาพ แหล่งเรียนรู้ห้องเรียนดิจิทัล และแหล่งเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนมีการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง (2) ความพึงพอใจในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากยกเว้นแหล่งเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง (3) ปัญหาในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับระบบการจัดซื้อจัดจ้างของโรงเรียนมีความล่าช้าส่วนข้อเสนอแนะควรมีบุคลากรที่รับผิดชอบงานโดยตรง หรือใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัลในการดำเนินการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 (ฉบับย่อ) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). แนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและมีคุณค่าสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). แนวทางการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลที่เหมาะสมกับผู้เรียนในวัยเรียน. กระทรวงศึกษาธิการ.
สมคิด พรมจุ้ย. (2563). เทคนิคการประเมินโครงการ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). จตุพร ดีไซน์.
Stufflebeam, D.L. (2003). The CIPP Model for Evaluation, In International Handbook of Educational Evaluation, Part I. Springer.
Krejcie, R.V. & Morgan, D. W. (1970) Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607 – 610.
Cronbach, Lee J. (1990). Essentials of Psychological Testing. (5th ed). Harper Collins.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้นฉบับปรับปรุงใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
โรงเรียนคิชฌกูฏวิทยา. (2567). รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา 2566. กระทรวงศึกษาธิการ.