การพัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการตามหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1

Main Article Content

มงคลวัฒน์ คำป้อง , ทนง ทศไกร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อเพื่อ 1) ศึกษาสภาพกระบวนการบริหารงานวิชาการตามหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 และ 2) พัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการตามหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1  ผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามจำนวน 226 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ จะเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ รวมจำนวน 12 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า  1. การพัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการตามหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการวิจัยในชั้นเรียน รองลงมา คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการพัฒนาใช้สื่อและเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ และ ด้านการประกันคุณภาพภายใน และน้อยที่สุดคือ ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และ ด้านการวัดและประเมินผลการศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด และ 2. การพัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการตามหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 มาใช้ในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงานวิชาการ ดังนี้ 1) ด้านทาน มีการแบ่งปันสิ่งของส่วนตัว การให้เวลาและความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ไม่จำกัดเพียงวัตถุสิ่งของ แต่รวมถึงการให้ความรู้ คำแนะนำ และการเสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม 2) ด้านปิยวาจา พูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ไพเราะ มีความเมตตา และแสดงถึงความเคารพ ซึ่งช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ร่วมงาน หรือการตักเตือนด้วยถ้อยคำที่เหมาะสม ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานหรือการอยู่ร่วมกัน3) ด้านอัตถจริยา มีการร่วมมือกันทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ และมีจิตสำนึกในการเป็นแบบอย่างที่ดี ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการลงมือทำอย่างแท้จริง เช่น การช่วยงาน แบ่งเบาภาระ หรือร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างจริงใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน และ 4) สมานัตตตา การวางตนอย่างเหมาะสม ไม่ถือตัว ไม่เย่อหยิ่ง ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และเคารพในความแตกต่าง รู้จักปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่นสมานฉันท์

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)