การบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 ตามหลักอริยสัจ 4

Main Article Content

ศุภกิจ บุญนก , ธานี เกสทอง

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 2) เพื่อหาแนวทางการบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 ตามหลักอริยสัจ 4 3) เพื่อประเมินแนวทางการบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 ตามหลักอริยสัจ 4 การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผมผสานวิธี โดยใช้วิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 จำนวน 297 คน กำหนดขนาดโดยการเปิดตารางเครซี่ และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามสภาพการบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 มีค่าความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.66 - 1.00  มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านความร่วมมือ ซึ่งอยู่ในระดับมาก (  = 3.90,  = 0.84) รองลงมาคือ ด้านการประณีประนอม ซึ่งอยู่ในระดับมาก (  = 3.87,  = 0.93) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการเอาชนะ ซึ่งอยู่ในระดับมาก (  = 3.60,  = 0.99)  2. แนวทางการบริหารจัดการความขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 ตามหลักอริยสัจ 4 ได้แก่ 1. ด้านการเอาชนะ พบว่า ผู้บริหารควรเปิดรับความคิดเห็นจากครูและบุคลากร เพื่อเข้าใจข้อจำกัดและข้อกังวลของแต่ละฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของการเผยแพร่ผลงานผ่านสื่อดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 2. ด้านความร่วมมือ พบว่า ผู้บริหารควรใช้ถ้อยคำที่สุภาพและสร้างแรงบันดาลใจ หลีกเลี่ยงท่าทีที่อาจทำให้บุคลากรรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมทั้งจัดการประชุมให้ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ 3. ด้านการประณีประนอม พบว่า ผู้บริหารควรใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อให้เข้าใจปัญหาอย่างชัดเจน เลือกแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างความร่วมมือ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น 4. ด้านการหลีกเลี่ยง พบว่า ผู้บริหารควรติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมการแจ้งข้อมูลเท็จผ่านช่องทางที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการบริหารจัดการข้อมูลที่ถูกต้อง และแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างเป็นระบบ และ 5. ด้านการปรองดอง พบว่า ผู้บริหารควรตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจและความปรองดองในองค์กร รวมถึงใช้ AI เป็นตัวช่วยในการร่างข้อความที่ชัดเจนและปราศจากอคติ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารงานและลดความขัดแย้ง และ3. ผลการประเมินการบริหารจัดการควาวมขัดแย้งในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 ตามหลักอริยสัจ 4 ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (  = 3.74,  = 0.97) ด้านความถูกต้องอยู่ในระดับมาก (  = 3.63,  = 0.98) ด้านความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (  = 3.74,  = 0.93) ด้านความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (  = 3.80,  = 0.95) และด้านความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก (  = 3.82,  = 1.02)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)