แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเชิงพุทธของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษานครสวรรค์เขต 3 2) เพื่อเปรียบเทียบสภาพการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษานครสวรรค์เขต 3 โดยจำแนกตามปัจจัยบุคคล และ 3)เพื่อหาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเชิงพุทธของผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษานครสวรรค์เขต 3 ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี โดยวิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 175 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น .91 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 รูป/คน แล้ววิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษานครสวรรค์เขต 3 พบว่า โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า รองลงมาได้แก่ ด้านการกำหนดจุดมุ่งหมาย ด้านการเผยแพร่ ด้านการศึกษาข้อจำกัดต่างๆ ด้านการทดลองใช้ ตามลำดับ ส่วนด้านการระบุปัญหา มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของต่อสภาพการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษานครสวรรค์เขต 3 ด้านปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ ไม่แตกต่างกัน ส่วนปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ และประสบการณ์การทำงานต่างกัน มีระดับความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01. และ 3. แนวทางพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเชิงพุทธของผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอท่าตะโก ในเขตพื้นที่การศึกษาประศึกษานครสวรรค์เขต 3 พบว่า 1) ด้านการระบุปัญหา ผู้บริหารควรชี้แจงให้ครูและบุคลากรเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา สอบถามปัญหา ระบุปัญหา และลงข้อสรุปถึงปัญหา (สัมมาทิฏฐิ) 2) ด้านการกำหนดจุดมุ่งหมาย ผู้บริหารควรกำหนดวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา (สัมมากัมมันตะ) 3) ด้านการศึกษาข้อจำกัดต่างๆ ผู้บริหารควรวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของสถานศึกษาอย่างตรงไปตรงมา วิเคราะห์จากความเป็นจริงและปราศจากความรู้สึกส่วนตัว (สัมมาอาชีวะ) 4) ด้านการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมควรพิจารณาเลือกปัจจัยนำเข้าอย่างสมเหตุสมผล มีการขอความร่วมมือและขอความอนุเคราะห์ทุกฝ่าย ตามระเบียบและวิธีที่ถูกต้อง แจ้งวัตถุประสงค์ในการศึกษาข้อมูลเพื่อแสดงเจตนาอันบริสุทธ์ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ( สัมมาอาชีวะ) 5) ด้านการทดลองใช้ ควรคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายในการทดลองใช้นวัตกรรมให้มีความใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้จริง (สัมมาสังกัปปะ) 6) ด้านการเผยแพร่ ผู้บริหารควรติดต่อ ประสาน แหล่งเผยแพร่นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่นวัตกรรม ( สัมมาวายามะ)