วิเคราะห์การสวดพระอภิธรรมในพระพุทธศาสนา

Main Article Content

พระครูนิภาธรรมวัตร (มานัส โฉมยา) วัฒนะ กัลป์ยาณ์พัฒนกุล, พระศรีสมโพธิ

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง “วิเคราะห์การสวดพระอภิธรรมในพระพุทธศาสนา” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาความเป็นมาของการสวดพระอภิธรรมในพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาระเบียบวิธีและขั้นตอนการสวดพระอภิธรรมในสังคมไทย 3) เพื่อวิเคราะห์การสวดอภิธรรมในพระพุทธศาสนา  ผลการวิจัย พบว่า 1.พระอภิธรรมเป็นธรรมอันยิ่ง ธรรมอันยอดเยี่ยม ธรรมอันประเสริฐสูงสุด หรือธรรมอันเป็นคำสอนข้อสำคัญเป็นหลักใหญ่เป็นเนื้อหาแท้ๆ ของพระพุทธศาสนาสรุปประเด็นสำคัญ หรือสาระของพระอภิธรรมทั้งหมด ก็คือสอนให้รู้จักธรรมชาติอันแท้จริงที่มีนัยแห่งข้อแรกนี้ มุ่งแสดงให้เห็นว่าอภิธรรมเป็นวิสัยแห่งพระสัพพัญญุตญาณ(พระปัญญารอบรู้สิ่งทั้งปวง) ของพระพุทธเจ้าเท่านั้นมิใช่วิสัยของผู้อื่นที่จะคิดแต่งขึ้นเองได้ พระอภิธรรมปิฎกเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา เป็นพุทธประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่จะต้องแสดงกตัญญูกตเวทีตาต่อพระมารดาโดยการเสด็จขึ้นไปเทศนาพระอภิธรรมโปรดทุกๆ พระองค์ไป เรียกว่า พุทธนิยาม ประเพณีการสวดพระอภิธรรมในปัจจุบันกับอดีตนั้นมีความแตกต่างกัน ที่จริงนั้นเพื่อเป็นเรื่องสอนคนเป็นสำหรับจะได้พิจารณาในมรณานุสสติกัมมัฏฐาน แต่ความประสงค์ที่ดีนี้กลายเป็นพิธีเท่านั้น เพราะการสวดคนส่วนมากไม่เข้าใจคำแปล ลางทีอาจจะเข้าใจผิดไปว่าสวดให้แก่คนตายก็มี ที่จริงก็ไม่ผิดเพราะเมื่อไม่มีใครตายก็ไม่มีสวดกัน ลางท่านเห็นว่าทีมีพระสวดต้องการไม่ให้เงียบเหงาเป็นการเฝ้าศพนั่นเองการสวดทางพุทธศาสนาเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ จำต้องปฏิบัติเมื่อมีการเสียชีวิตของพุทธศาสนิกชนในประเทศไทย ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกันไปตามความนิยมของบุคคลในท้องถิ่นนั้น ๆ การสวดดังกล่าวนั้นนิยมเรียกว่า “สวดพระอภิธรรม” เนื่องจากบทพระธรรมที่สวดนั้นเรียกว่า “พระธรรม 7 คัมภีร์” พิธีสวดพระอภิธรรมศพนั้น นิยมนิมนต์พระจำนวน 4 รูปสวดจำนวน 3-7 คืน หรือตามแต่เจตนาและศรัทธาของเจ้าภาพนั้น ๆ ตามประเพณีนิยมสวด 4 จบโดยใช้พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ เป็นแม่บทสวดมาแต่เดิม  2.ระเบียบวิธีและขั้นตอนการสวดอภิธรรมในสังคมไทยของประชาชนทั่วไปนั้น การนิมนต์พระสงฆ์มาในการบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นราษฎรสามัญทั่วไป หรือจะเป็นเจ้านายชั้นสูง ก็ไม่มีข้อขีดคั่นแต่อย่างใด สมมุติว่ามีญาติพี่น้องถึงแก่ความตาย หลังจากได้จัดการศพตามประเพณีนิยมแล้วจึงไปนิมนต์พระที่วัด จำนวน 4 รูปไปสวดในเวลากลางคืน เริ่มตั้งแต่ 1 ทุ่ม ถึง 4 ทุ่ม หรืออาจเลยกว่านั้นบ้างก็ได้ ทั้งนี้สุดแท้แต่ความสะดวกทั้งฝ่ายพระสงฆ์และเจ้าภาพ กำหนดจำนวนวันที่จะสวด อาจเป็น 3 คืนหรือ 7 คืน หรือมากน้อยตามกำลังศรัทธา ส่วนในรายที่เป็นผู้มีเกียรติ มีบริวารมาก จะบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมากกว่า 3-7 คืน ถึง 50 คืน หรือจนถึง 100 คืนก็ได้ พระสงฆ์ที่นิมนต์ไปสวดนั้นเรียกกันเป็นสามัญว่า “นิมนต์พระไปสวดพระอภิธรรม” หรือ “นิมนต์ไปสวดพระธรรม” ซึ่งเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันทันทีว่า นิมนต์พระไปสวดศพบทพระบาลี ที่พระสวดนับว่าเป็นบทพระธรรมจริงๆ และเป็นภาษาอินเดียโบราณซึ่งยากต่อการสื่อความหมายสำหรับบุคคลผู้ไม่มีพื้นฐานความรู้ในด้านนี้  3.การสวดพระอภิธรรม ประเพณีงานศพนี้ยังมีสิ่งที่เป็นรากฐานอันมีความหมายลึกซึ้งในทางนามธรรม กล่าวคือเป็นประเพณีที่อิงอยู่กับหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา เป็นการดำเนินตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้ตรัสสั่งสอนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายไว้ ให้ทำในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลตามหลักพระพุทธศาสนานั้น ชาวพุทธเมื่อมีเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งเกิดขึ้น จะปรารภเหตุการณ์นั้นแล้วทำสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล เป็นความดีงามพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เราปฏิบัติกันอยู่ทั้งในอดีตตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ย่อมมีจุดมุ่งหมายในระยะแรก ๆ อาจไม่ได้เกี่ยวกับศาสนา แต่เมื่อมีศาสนาเกิดขึ้น จึงมีผู้นำเอาพิธีกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับศาสนา เพื่อให้เกิดความศรัทธา ความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งระเบียบ รูปแบบ และวิธีการปฏิบัติ โดยเฉพาะพิธีกรรมการสวดพระอภิธรรม ในสังคมไทยซึ่งถือว่ายังมีความสำคัญและยังเป็นประเพณีที่ทรงคุณค่า เพราะคนไทยส่วนใหญ่นั้นนับถือพระพุทธศาสนา และมีการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวกับงานศพตามความเชื่อ และคติธรรมทางพระพุทธศาสนา ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศบุญกุศลไปให้ผู้ตาย อีกทั้งยังเป็นการได้สร้างบุญกุศลสำหรับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)