การศึกษาความเข้าใจคำสอนเรื่องสติสัมปชัญญะในสังคมไทย

Main Article Content

พระมหาสันทรรศน์ ฐิตวิริโย (จ่าม่วง) ,สามารถ สุขุประการ , ศิริโรจน์ นามเสนา

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาหลักสติสัมปชัญญะในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาท 2)  เพื่อศึกษาความเข้าใจเรื่องสติสัมปชัญญะของคนในสังคมไทย 3) เพื่อประยุกต์ใช้หลักสติสัมปชัญญะ ในพระพุทธศาสนาสู่สังคมไทย งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาวิจัยจากเอกสาร ผลการวิจัย พบว่า1. หลักสติสัมปชัญญะตามคัมภีร์พระพุทธศาสนา ที่กล่าวไว้สติ เมื่อว่าโดยความหมาย คือ ความระลึกได้ ส่วนสัมปชัญญะ คือความรู้ตัว เมื่อรวมศัพท์สองคำได้ความหมายว่า สติสัมปชัญญะ คือ ความรู้ตัวทั่วพร้อม หากแปลความหมายในทางธรรมปฏิบัติ  สติสัมปชัญญะ เป็นเครื่องปิด เครื่องกั้น เครื่องตัดกระแสกิเลส มิให้เข้ามามีอำนาจควบคุมเหนือจิตใจ 2. ความเข้าใจเรื่องสติสัมปชัญญะของผู้คนในสังคมไทย จากการวิเคราะห์ความหมายของสติสัมปชัญญะ เทียบกับการค้นคว้าวิจัยข้อมูลภาคสนาม พบว่า จุดสำคัญที่ขาดหายไป ในการนำหลักสติสัมปชัญญะไปใช้ ก็คือการเข้าใจสติสัมปชัญญะอย่างเป็นระบบ สติกับสัมปชัญญะต้องใช้คู่กัน อย่างเป็นระบบและสนับสนุนด้วยธรรมหมวดอื่น จึงเกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน  สติมิใช่แค่ระลึกถึงสิ่งที่ทำและคำที่พูดได้ และสัมปชัญญะมิใช่แค่รู้ตัวเท่านั้น แต่รู้จุดหมายปลายทางของตนเองด้วย มีแผนการไปให้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ด้วย และรับผิดชอบต่อเป้าหมายแผนการหน้าที่ในชีวิตของตนเองด้วย เช่นนั้นจึงจะนำเอาสติสัมปชัญญะไปใช้อย่างได้ผลจริงๆ ถ้าหลงลืมเป้าหมายหลงลืมแผนการในชีวิตไป ก็ต้องตั้งสติกันใหม่ ฝึกตั้งสติกันบ่อยๆ ก็คือระลึกถึงเป้าหมายและแผนการในชีวิตของเราบ่อยๆ และ 3.สติสัมปชัญญะในชีวิตประจำวันในชีวิตของคนเรานั้น ต่างมีเป้าหมาย มีหน้าที่ ที่ต้องทำ การดำเนินชีวิต ต้องครองตน ครองคน ครองงาน ก็ต้องสละกิเลสส่วนตัวเพื่อทำหน้าที่ครองตน ครองคน ครองงานให้ดี เพื่อให้งานที่รับมอบหมายสำเร็จ ต้องวางแผนการ จัดลำดับแผนการ และตรวจสอบ ประเมินงานตนเองว่าทำอะไรก่อนหลัง ทำไปได้แค่ไหน ต้องทำอีกแค่ไหนจึงจะจบงาน (ตามลักษณะของสัมปชัญญะ 4 ประการ) คนที่ ทำเช่นนี้อยู่เสมอ งานก็สำเร็จตามเป้าหมาย ชีวิตก็ไม่เดือดร้อน ไม่เสียเวลาไปกับกิเลสเหลวไหลที่ เข้ามายั่วยุ คนแบบนี้เรียกได้ว่า มีสติสัมปชัญญะในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะครองตน ครองคน ครองงาน และไม่ว่าเป้าหมายชีวิตนั้นจะคืออะไร เมื่อมีแผนการ มีการระลึกถึงเป้าหมายอยู่เสมอ ชีวิตก็เดินไปถึงจุดหมาย สำเร็จตามเป้าหมายไปตามลำดับ เพราะจับจ้องที่จุดหมายและทำตามแผนการอยู่เสมอ จึงขับไล่กิเลสตัณหาและการยั่วยุต่างๆ ออกไปจากชีวิต ส่วนคนที่เสียสติไป ไม่สามารถครองตน ครองคน ครองงานได้ เพราะหลงลืมเป้าหมาย(เสียสติ) หลงลืมแผนการเดิมที่วางเอาไว้ (เสียสัมปชัญญะ) คนในสังคมจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องสติสัมปชัญญะให้ดีและระลึกถึงเป้าหมาย แผนการของตัวเองบ่อยๆ เรียกว่าต้องตั้งสติบ่อยๆ หากคนเราได้ใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจสติสัมปชัญญะแบบนี้ ก็สามารถครองตน ครองคน ครองงาน และตรวจสอบชีวิตตัวเองได้ จากการวิจัยพบว่า ปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคม ที่ชีวิตผู้คนล้มเหลว ไปไม่ถึงจุดหมาย ก็เพราะผู้คนขาดความเข้าใจการใช้หลักสติสัมปชัญญะอย่างเป็นระบบนั่นเอง

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)