ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งก่อนฟ้องคดี

Main Article Content

พลโท รวิช สุรไตรวิช, ประมาณเลิศ อัจฉริยปัญญากุล, พระสิทธินิติธาดา

บทคัดย่อ

                   การระงับข้อพิพาทเป็นกระบวนการบริหารความขัดแย้งในสังคม  ความขัดแย้งระหว่างกันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากทัศนคติ ความเห็นส่วนตัว และความเชื่อในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่สอดคล้องตรงกัน  การไกล่เกลี่ยข้อพาททางแพ่ง เป็นการดำเนินการของคนกลางซึ่งมิใช่ผู้พิพากษาหรือตุลาการ   เพื่อให้คู่กรณีมีโอกาสเจรจาตกลงกันระงับข้อพิพาททางแพ่งโดยสันติวิธีและปราศจากการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท ทั้งนี้ไม่รวมถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ดำเนินการตามกระบวนพิจารณาคดีของศาลตามปกติ การอนุญาโตตุลาการ และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี แต่การไกล่เกลี่ยทางแพ่งดังกล่าวยังคงประสบปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายหลายประการเช่น ได้รับงบประมาณจากภาครัฐไม่เพียงพอ ปัญหาความรู้และทักษะของผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งได้รับแต่งตั้งเข้าไปยังไม่มีกฎหมายกำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจน อีกทั้งยังมีกฎหมายพิเศษให้ใช้กลไกของการไกล่เกลี่ยไม่ครอบคลุม


                    จากการศึกษาพบว่าการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งก่อนฟ้องคดีซึ่งอยู่ในหน่วยงานของรัฐที่ได้แต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ยขึ้นทำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและถ้าไกล่เกลี่ยสำเร็จก็ทำเป็นหนังสือประนีประนอมยอมความลงชื่อคู่พิพาทกันไว้และให้มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย  ผู้ไกล่เกลี่ยมีหลายระดับเช่นในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนดในกฎกระทรวง ทำหน้าที่คล้ายกับอนุญาโตตุลาการ ผลของสัญญาประนีประยอมยอมความใช้บังคับในชั้นบังคับคดีได้เมื่อศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว


                  ดังนั้น จึงควรต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.๒๕๖๒ และกฎหมายอื่น ๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เนื่องจากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งก่อนฟ้องคดีของราชอาณาจักรไทยและของบรรดาประเทศต่าง ๆ นั้น ต่างก็มีเป้าหมายหลักในการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เพื่อลดจำนวนคดีความขึ้นสู่ศาลให้น้อยลง แต่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งก่อนฟ้องคดีทั้งนอกศาลและในศาลต่างก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคเช่นกัน โดยเฉพาะของราชอาณาจักรไทย ที่พบว่าในภาพรวมแล้วยังขาด: ๑)การประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้มีข้อพิพาทได้เข้าสู่ระบบให้มากกว่าในปัจจุบันและเห็นประโยชน์ในการไกล่เกลี่ยว่าเป็นผลดีมากกว่าการฟ้องคดี ๒)ขาดงบประมาณเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ย ค่าตอบแทนบุคลากร เช่น ผู้ประนีประนอมและเจ้าหน้าที่ ๓)ผู้ประสานงานประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยมีไม่เพียงพอ ๔)อีกทั้งสถานที่ไกล่เกลี่ยมีจำนวนจำกัด  จึงสมควรดำเนินการปรับปรุงตามข้อ ๑) ถึง ๔) ต่อไป.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)