รูปแบบการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพรูปแบบการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักอิทธิบาท 4 (2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 6 (3) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 6
ผลการศึกษาพบวา 1. รูปแบบงานวิชาการ ประกอบด้วยข้อย่อย 10 ข้อ (1) พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ (2) ในการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (3) การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ (4) พัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่นๆ (5) วัดผล ประเมินผล เทียบโอนผลการเรียนรู้ (6) การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (7) การนิเทศการศึกษา แนะแนวการศึกษา (8) จัดระบบการประกันคุณภาพในสถานศึกษา (9) การส่งเสริมและสนับสนุนให้ความรู้ทางวิชาการ (10) สนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา 2. รูปแบบงานงบประมาณ ประกอบด้วยข้อย่อย 8 ข้อ (1) การวิเคราะห์นโยบายทางการวิจัย และจัดทำแผนกลยุทธ์พัฒนาการศึกษา (2) กำหนดผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด ความสำเร็จการศึกษา (3) จัดทำการของบจัดสรร เบิกจ่าย และอนุมัติ เพื่อการศึกษา (4) จัดทำแผน นำเสนอแผนใช้งบประมาณรายไตรมาส (5) การตรวจสอบติดตาม และประเมินผลการใช้งบประมาณ (6) การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อวิจัยการศึกษา (7) การวิเคราะห์ศักยภาพจัดหารายได้สินทรัพย์จัดทำทะเบียนข้อมูลด้านการศึกษา (8) บริหารการเงิน บริหารบัญชี บริหารพัสดุ และสินทรัพย์ในการพัฒนางานการศึกษา 3. รูปแบบงานบริหารบุคคล ประกอบด้วยข้อย่อย 8 ข้อ (1) การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่งทางการศึกษา (2) การวิเคราะห์ภารกิจและประเมินความต้องการทางการศึกษา (3) การจัดสรรหาและบรรจุแต่งตั้งผู้เหมาะสมทำหน้าที่สอน (4) จัดทำทะเบียนประวัติผู้ทำหน้าที่สอน (5) เสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่สอนด้วยการพัฒนาบุคลากรผู้ทำหน้าที่สอน (6) การพิจารณาความดีความชอบจัดสวัสดิการผู้สอนในเรือนจำ (7) กำหนดวินัยและการรักษาวินัยของผู้ทำหน้าที่สอน เพื่อป้องกันความเสื่อมเสียสถานศึกษา (8) กำหนดให้ออกจากราชการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสร้างความชอบธรรมแก่บุคลากรทางการศึกษา 4. รูปแบบงานบริหารงานทั่วไป ประกอบด้วยข้อย่อย 8 ข้อ (1) วิเคราะห์งานธุรการ ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ลดขั้นตอนดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ (2) จัดบุคลากรงานธุรการพัฒนาความรู้ความสามารถงานธุรการให้มีประสิทธิภาพ (3) จัดทำสำมะโนครัวผู้เรียน ประสานชุมชน ท้องถิ่น สำรวจข้อมูลนักเรียนสถานที่บริการอยู่เสมอ (4) พัฒนาระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศให้สอดคล้องกับระบบฐานข้อมูลของเขตพื้นที่การวิจัยและส่วนกลาง (5) เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศประเมินความพึงพอใจงานบริการ นำผลที่ได้รับไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมเพื่อพัฒนางานการศึกษา (6) วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็น จัดระบบควบคุมภายในอย่างเป็นระบบแก่สถานศึกษา (7) ระดมจัดหาเทคโนโลยีเพื่อบริการงานวิจัย ติดตามประเมินใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม (8) สนับสนุนงานวิชาการ งานงบประมาณ งานบริหารบุคคลและงานบริหารทั่วไปในสถานศึกษา บูรณาการตามหลักอิทธิบาท 4 ประกอบด้วย (1) หลักฉันทะ (2) หลักวิริยะ (3) หลักจิตตะ และ (4) หลักวิมังสา 3. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 6 งานบริหารทั้ง 4 ด้าน ทั้ง 4 รูปแบบ ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมากทุกรูปแบบ ทุกหัวขอย่อย
องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัย คือ “ABPGSDAC = MODEL” ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาขึ้นพื้นฐานสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 6 ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาให้แก่ผู้ต้องขัง รู้ทิศทางในการพัฒนาการศึกษาและส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอนให้กับผู้ต้องในเรือนจำทั่วประเทศ