อิทธิพลขององค์ประกอบการมีส่วนร่วมทางเรื่องเล่าในภาพยนตร์ไทยแนวสุขภาพต่อเจตคติด้านสุขภาพของผู้ชมวัยหนุ่มสาว

Main Article Content

วรรณลักษณ์ อินทร์จันทร์
วิยะดา แดนไกล

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลขององค์ประกอบการมีส่วนร่วมทางเรื่องเล่าในภาพยนตร์ไทยแนวสุขภาพต่อเจตคติด้านสุขภาพของผู้ชมวัยหนุ่มสาวชาวไทยอายุ 20–35 ปี โดยประยุกต์กรอบแนวคิดความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติ ในมิติของเจตคติ ร่วมกับทฤษฎีการมีส่วนร่วมทางเรื่องเล่า การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 218 คน ซึ่งมีประสบการณ์รับชมภาพยนตร์ไทยแนวสุขภาพที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (S-CVI/Ave = 0.95) และมีค่าความเชื่อมั่นภายในอยู่ในระดับเหมาะสม (Cronbach’s α = 0.79–0.87) ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมนพบว่า ความถี่ในการรับชมภาพยนตร์ไทยแนวสุขภาพไม่มีความสัมพันธ์กับระดับความรู้ด้านสุขภาพ (ρ = –0.009, 95% CI = –0.142 ถึง 0.124, p = 0.895) และเจตคติด้านสุขภาพ (ρ = 0.072, 95% CI = –0.061 ถึง 0.203, p = 0.287) อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณตามโมเดลเชิงทฤษฎีพบว่า การรับรู้ถึงความสมจริงของเนื้อหาในภาพยนตร์ (β = 0.854, 95% CI = 0.176 ถึง 1.532, p = 0.014) และการรับรู้ว่าภาพยนตร์สามารถเปลี่ยนมุมมองของผู้ชมต่อบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ป่วย (β = 1.407, 95% CI = 0.730 ถึง 2.082, p < 0.001) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับเจตคติด้านสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของเจตคติด้านสุขภาพได้ร้อยละ 50.1 ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า คุณภาพของการเล่าเรื่องในภาพยนตร์ไทยแนวสุขภาพ โดยเฉพาะในมิติของความสมจริงของเนื้อหาและการตอบสนองเชิงมุมมองที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร มีบทบาทสำคัญต่อการก่อรูปเจตคติด้านสุขภาพของผู้ชมวัยหนุ่มสาว มากกว่าความถี่ในการรับชมเพียงอย่างเดียว ผลการศึกษาสะท้อนศักยภาพของภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ในฐานะสื่อสุขภาพแฝง โดยเฉพาะเมื่อผู้ชมรับรู้ความสมจริงของเนื้อหาและเกิดการตอบสนองเชิงมุมมองที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร ซึ่งสัมพันธ์กับเจตคติด้านสุขภาพในระดับปัจเจก

Article Details

ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ และคณะ. (2543). นิเทศศาสตร์กับเรื่องเล่าและการเล่าเรื่อง: วิเคราะห์การศึกษาจินตคดี–จินตทัศน์ในสื่อร่วมสมัย. โครงการสื่อสันติภาพ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วีรพันธ์ ใจแก้ว และคณะ. (2565). ผลของการให้ทันตสุขศึกษาผ่านสื่อวีดิทัศน์ต่อความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(2), 187–200.

Bartsch, A., & Schneider, F. M. (2014). Entertainment and politics revisited: How non-escapist forms of entertainment can stimulate political interest and information seeking. Journal of Communication, 64(3), 369–396.

Busselle, R., & Bilandzic, H. (2009). Measuring narrative engagement. Media Psychology, 12(4), 321–347. https://doi.org/10.1080/15213260903287259

Cochran, W.G. (1977) Sampling Techniques. 3rd Edition, John Wiley & Sons, New York.

Cohen, J. (2001). Defining identification: A theoretical look at the identification of audiences with media characters. Mass Communication & Society, 4(3), 245–264. doi:10.1207/S15327825MCS0403_01

Clark, T. (2020, March 6). Pandemic movie ‘Contagion’ is surging in popularity due to the coronavirus and has hit the No. 7 spot on iTunes. Business Insider. Retrieved August 20, 2025, from https://www.businessinsider.com/coronavirus-contagion-movie-is-surging-in-piracy-rentals-on-itunes-2020-3.

de Graaf, A., Hoeken, H., Sanders, J., & Beentjes, J. W. J. (2012). Identification as a mechanism of narrative persuasion. Communication Research, 39(6), 802–823. doi:10.1177/0093650211408594

Ebrahim, S. H., Ahmed, Q. A., Gozzer, E., Schlagenhauf, P., & Memish, Z. A. (2020). Covid-19 and community mitigation strategies in a pandemic. BMJ, 368, m1066. https://doi.org/10.1136/bmj.m1066

Green, M. C., & Brock, T. C. (2000). The role of transportation in the persuasiveness of public narratives. Journal of Personality and Social Psychology, 79(5), 701–721. https://doi.org/10.1037/0022-3514.79.5.701

Hether, H. J., Huang, G. C., Beck, V., Murphy, S. T., & Valente, T.W. (2008). Entertainment-education in a media-saturated environment: Examining the impact of single and multiple exposures to breast cancer storylines on two popular medical dramas. Journal of Health Communication, 13(8), 808–823.

Hoffman, B. L., Shensa, A., Wessel, C., Hoffman, R., & Primack, B. A. (2017). Exposure to fictional medical television and health: A systematic review. Health Education Research, 32(2), 107–123.

Launiala, A. (2009). How much can a KAP survey tell us about people’s knowledge, attitudes, and practices? Some observations from medical anthropology research on malaria in pregnancy in Malawi. Anthropology Matters, 11(1). https://doi.org/10.22582/am.v11i1.31

Nabi, R. L. (2015). Emotional flow in persuasive health messages. Health Communication, 30(2), 114–124. doi:10.1080/10410236.2014.974129

Singhal, A., & Rogers, E. M. (1999). Entertainment–education: A communication strategy for social change. Lawrence Erlbaum Associates.