ปฏิบัติการของการสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์: กรณีความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้
Main Article Content
บทคัดย่อ
เหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) ตั้งแต่ปี 2004 ยังไม่มีทีท่าจะว่ายุติลงในเวลาอันใกล้ ที่ผ่านมา มีงานวิชาการจำนวนมากได้ศึกษาสาเหตุและที่มาของความรุนแรงระหว่างรัฐกับกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ อย่างไรก็ดี งานเหล่านั้นมักจะละเลยมิติความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ระหว่างผู้กระทำการทั้งสองฝ่าย (ฝ่ายความมั่นคงของรัฐกับกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่) ฉะนั้น เพื่อจะทำความเข้าใจอิทธิพลของแพลตฟอร์มออนไลน์และความขัดแย้งรูปแบบใหม่ งานชิ้นนี้สนใจศึกษาปฏิบัติการของการสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงระหว่างรัฐไทยกับกลุ่มชาติพันธุ์มลายูในจังหวัดชายแดนใต้โดยใช้ฐานข้อมูลของ Zocial Eye ในการตรวจจับข้อมูล “ประทุษวาจา” ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 ตุลาคม 2564 ผลการศึกษาจากข้อความทั้งหมด 1,061 รายการชี้ให้เห็นว่า “เพจนิรนาม” สร้างข้อความที่สร้างความเกลียดชังมากที่สุดแม้จะเป็นการสื่อสารทางเดียวก็ตาม ในขณะที่เพจสื่อมวลชนจากส่วนกลางมีอิทธิพลกับประชาคมเฟซบุ๊กมากที่สุด ข้อความส่วนใหญ่เน้นการผลิตซ้ำมายาคติ การด้อยค่า และการแพร่มลทินต่อกลุ่มชาติพันธุ์มลายู นอกจากนั้น ประทุษวาจาใน จชต. ปรากฎในลักษณะการเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ความรุนแรงและมีเป้าหมายเพื่อให้ความชอบธรรมต่อการใช้ความรุนแรง ผลการศึกษาของงานชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าหากรัฐต้องการจะเปลี่ยนผ่านความความรุนแรงไปสู่สันติสุขแล้ว รัฐก็ควรคำนึงว่าปฏิบัติการประทุษวาจาในพื้นที่ จชต. ไม่สามารถนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ ในทางกลับกัน หน่วยงานภาครัฐควรเปิดสนามการทำงานที่ยืดหยุ่นและสร้างสรรค์กับองค์กรเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นักวิชาการและภาคประชาชนให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อหยุดการสร้างความรุนแรงเชิงวัฒนธรรมจากทั้งสองฝ่าย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
โครงการโคแฟค. (2025). รายงานพิเศษ: แนวทางการสร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพในการพูดและมาตรฐานความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในโลกออนไลน์ด้วยการกลั่นกรองเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพ. https://blog.cofact.org/th/special-report-neo-momentum/
ปาตานีฟอรั่ม. (2020). โครงการต่อต้านคำพูดที่สร้างความเกลียดชัง. เอกสารรายงานฉบับสมบูรณ์, ปัตตานี.
พิรงรอง รามสูต. (2558). ประทุษวาจากับโลกออนไลน์. กรุงเทพมหานคร: คบไฟ.
มัทนา นันตา และพิรงรอง รามสูต. (2557). เว็บไซต์ยูทูบ (ภาษาไทย) กับการสื่อสารความเกลียดชัง. วารสารนิเทศศาสตร์, 32(3), 39–67.
สำนักข่าวทูเดย์. (2564). ย้อนรอย กรือเซะ—ตากใบ ความทรงจำโหดร้าย ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’. สำนักข่าวทูเดย์. https://www.youtube.com/watch?v=cCHaMuthPIg
องค์กร ARTICLE 19. (2015). คู่มือไขข้อสงสัยเรื่อง‘ถ้อยคําสร้างความเกลียดชัง’. Article 19. https://www.article19.org/wp-content/uploads/2019/12/Hate-Speech-Explained-A-Toolkit-Thai-Version-min.pdf
อันวาร์ กอมะ และเอกรินทร์ ต่วนศิริ. (2022). เงื่อนไขไตรลักษณ์ของความรุนแรงที่กระทำโดยรัฐต่อมุสลิมชนกลุ่มน้อย: ศึกษาเทียบเคียงกรณีโรฮีนจาในรัฐยะไข่ของเมียนมากับกรณีมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย. วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 52(2), 150–177. https://doi.org/10.61462/cujss.v52i2.910
เอกรินทร์ ต่วนศิริ, ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา, และชาญชัย ชัยสุขโกศล. (2562). วิเคราะห์ภาวะอขันติธรรมระหว่างศาสนาในสังคมไทยผ่านการแสดงความคิดเห็นในสื่อออนไลน์. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
Allard K. Lowenstein International Human Rights Clinic, Yale Law School. (2015). Persecution of the Rohingya Muslims: Is Genocide Occurring in Myanmar’s Rakhine State? A Legal Analysis. Fortify Rights. https://www.fortifyrights.org/mya-inv-rep-2015-10-29/
Carl Schmitt. (2007). The Concept of the Political. Chicago: University of Chicago Press.
Chalk, F. (1999). Hate Radio in Rwanda. In A. Suhrke (Ed.), The Path of a Genocide: The Rwanda Crisis from Uganda to Zaire (pp. 93–108). New York: Routledge.
Dangerous Speech Project. (2020, August 4). Dangerous Speech: A Practical Guide. https://dangerousspeech.org/guide/
Galtung, J. (1990). Cultural Violence. Journal of Peace Research, 27(3), 291–305.
George, C. (2017). Hate Spin: The Manufacture of Religious Offense and Its Threat to Democracy. Cambridge, MA, USA: MIT Press.
Koma, A. (2025, January 29). Breaking the Cycle: Addressing the Security Dilemma and Cultural Violence in Southern Thailand. International Institute of Advanced Islamic Studies. https://iais.org.my/publications-sp-1447159098/articles/3431-breaking-the-cycle-addressing-the-security-dilemma-and-cultural-violence-in-southern-thailand
Oranop, C., Tuansiri, E., & Chaisukkosol, hanchai. (2020). Social Listening of Events Relating to Buddhist and Muslim Relationships between 2015 and 2019: How does Online Hate Speech Emerge among Thai Internet Users. Hate Speech in Asia: Challenges and Solutions, 4–12. Bangkok: Asia Center. https://asiacentre.org/wp-content/uploads/Conference-Proceedings_Hate-Speech-In-Asia-Challenges-and-Solutions.pdf
Stecklow, S. (2018, August 15). Why Facebook is losing the war on hate speech in Myanmar. https://www.reuters.com/investigates/special-report/myanmar-facebook-hate/
Straus, S. (2007). What Is the Relationship between Hate Radio and Violence? Rethinking Rwanda’s “Radio Machete”. Politics & Society, 35(4), 609–637. https://doi.org/10.1177/0032329207308181