การพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะตัวของการเป็นพิธีกรและผู้ประกาศ ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญา

Main Article Content

ปอรรัชม์ ยอดเณร

บทคัดย่อ

งานวิจัย เรื่อง “การพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะตัวของการเป็นพิธีกรและผู้ประกาศ ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญา” เป็นการวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) ที่เน้นการปฏิบัติการ (Action) เป็นหลัก กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือ นิสิตระดับปริญญาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 3-4 วิชาเอกและโทสาขาวิชาวาทวิทยา จำนวน 8 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการเป็นผู้ประกาศและพิธีกรในภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและพัฒนาความสามารถในการเข้าใจคุณลักษณะเด่นและคุณลักษณะด้อยในตนเองของนิสิตผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญา รวมถึงเพื่อพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะตัวในการเป็นพิธีกรและผู้ประกาศผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญา ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญาที่ประกอบด้วยการเรียนผ่านประสบการณ์ตรง โดยการฝึกปฏิบัติในทุกบทเรียน และวิธีการเรียนรู้จากประสบการณ์ของวิทยากรที่เป็นผู้ประกาศและพิธีกรอาชีพ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนสะท้อนคิดจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนและวิทยากรส่งเสริมให้นิสิตเข้าใจคุณลักษณะเด่นและคุณลักษณะด้อยของตนเอง  ด้วยวิธีการใคร่ครวญและสะท้อนคิดภายในตนเองโดยการเขียนบันทึกรายสัปดาห์ จากการใช้วิธีการดังกล่าวผลการประเมิน พบว่า นิสิตแต่ละคนมีการเปลี่ยนแปลงความรู้ความเข้าใจในด้านอวัจนภาษามากที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วยประเด็นเกี่ยวกับ การหายใจ การใช้เสียงและคุณภาพเสียง รองลงมาคือด้านบุคลิกภาพ ประกอบไปด้วยประเด็นเกี่ยวกับลักษณะร่างกาย การจัดวางร่างกาย และการแต่งกาย ลำดับสุดท้ายคือด้านวัจนภาษา ประกอบไปด้วย การอ่านออกเสียงภาษาไทย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับงานที่ได้รับ การควบคุมความตื่นเต้น และการสัมภาษณ์ หลังจากที่ได้เรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติและการฟังบรรยายความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ จากวิทยากร นิสิตสามารถพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะตัวในด้านต่างๆของตนเองในการเป็นผู้ประกาศและพิธีกรได้ ทั้งเรื่องการรายงานข่าว การประกาศข่าวในรูปแบบต่าง ๆ การเป็นพิธีกรเวทีอีเว้นท์ การสัมภาษณ์ การพัฒนาบุคลิกภาพและการแต่งกาย นอกจากนี้ กระบวนการเรียนรู้เชิงจิตตปัญญาเอื้อให้นิสิตสามารถประมวลผลตนเองจากการเขียนบันทึกการประเมินตนเองหลังจากการปฏิบัติ  ทำให้นิสิตค้นพบว่าคุณลักษณะเด่นของตนเองเหมาะสมกับการเป็นผู้ประกาศและพิธีกรประเภทใด การประเมินตนเองทำให้มองเห็นจุดเด่นจุดด้อยของตนเองชัดเจนและทำให้สามารถวางแผนการพัฒนาตนเองที่เหมาะสม และนำแนวทางไปใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคตได้

Article Details

ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

กรศศิร์ ชิดดี, และณัฐพร อุทัยธรรม. (2556). กิจกรรมจิตตปัญญาศึกษา : กลยุทธ์การพัฒนา บุคลิกภาพนักศึกษาพยาบาล. Princess of Naradhiwas University Journal, 5(2).

จิตต์สุขุม พวงเพชร. (2548). รูปแบบและลีลาการสัมภาษณ์ของพิธีกรรายการประเภทสนทนาเชิงสาระทางโทรทัศน์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

จุมพล พูลภัทรชีวิน. (2552, 18 มกราคม). จิตตปัญญาศึกษาและการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง. โพสต์ทูเดย์, 12.

ชมพูนุท สถิตย์เสมากุล. (2554). ปัญหาการคุ้มครองลักษณะท่าทางของพิธีกร ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, คณะนิติศาสตร์.

ช่อผกา วิริยานนท์. (2539). กระบวนการสร้างและรักษาความนิยมของพิธีกรโทรทัศน์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

ชิดชงค์ ส.นันทนาเนตร. (2549). ทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่. นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ณุชชนา วุฒิโอฬาร. (2552). ความสามารถทางการสื่อสารของพิธีกรยอดนิยมในรายการโทรทัศน์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

ทิศนา แขมมณี. (2545). ศาสตร์การสอน:องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปอรรัชม์ ยอดเณร. (2544). การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างพิธีกรและวิทยากรรายการสุขภาพทางโทรทัศน์ในเชิงชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต).จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

โลว์, เจเน็ต. (2544). Oprah Winfrey Speaks: Insight from the World's Most Influential Voice [วาทะของ โอปราห์วินฟรีย์: พิธีกรรายการทอล์กโชว์อันดับ 1 ของโลกและผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดของอเมริกา]. ซัคเซสมีเดีย.

สุกัญญา สมไพบูลย์ และ ปอรรัชม์ ยอดเณร. (2550). ออกทีวีให้ดูดี : การปรากฏตัวทางโทรทัศน์ในหลากหลายรายการ. กรุงเทพมหานคร: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.

สุชีวา สิทธิจินดา. (2554). การรับรู้บทบาทและอัตลักษณ์ของพิธีกรรายการวิทยาศาสตร์ทางโทรทัศน์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

เหมือนฝัน ประสานพานิช. (2548). กระบวนการคัดเลือกพิธีกรและผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

อรวี บุนนาค. (2559). กลวิธีความไม่สุภาพในการสัมภาษณ์บุคคลในกระแสของพิธีกรช่องโทรทัศน์ทางเลือกใหม่. วารสารช่อพะยอม, 27(2), 13-24.

อุรัสยาน์ สุขะตุงคะ. (2546). สถานภาพและบทบาทของพิธีกรถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีทางโทรทัศน์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนิเทศศาสตร์.

อุษณีย์ นิติยานนท์. (2550). พฤติกรรมการเปิดรับ และความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบและพิธีกรรายการ “คนค้นฅน”. รายงานโครงการเฉพาะบุคคลปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการสื่อสารภาครัฐและเอกชน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

แอน ทองประสม. (2548). พฤติกรรมการเปิดรับ และความคิดเห็นของผู้ชมต่อรูปแบบและพิธีกร รายการ แอน-นัท ไม่จำกัด. (รายงานโครงการเฉพาะบุคคลปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน.

Cranton, P. (2002). Teaching for Transformation. New Directions for Adult and Continuing Education, 93, 63-72.

Martin, J. (2003) The Education of John Dewey A Biography. Retrieved December 1, 2020, from http://cup.

columbia.edu/book/the-education-of-john-dewey/9780231116763

Mezirow, J. (1991). Transformative Dimensions of Adult Learning. San Francisco: Jossey-Bass.

Mezirow, J. (1996). Contemporary paradigms of learning. Adult Education Quarterly, 46(3), 158-172.

Mezirow, J. (1997). Transformative learning: Theory to practice. New Directions for Adult and Continuing Education, 74, 5-12.

Mezirow, J. (2003). Transformative learning as discourse. Journal of Transformative Education, 1(1), 58-63.

Emand, N. I. & Fraser, S. (2000). The Educational Theory of John Dewey (1859 - 1952). Retrieved December 1, 2020, from https://www.newfoundations.com/GALLERY/Dewey.html

Shook, F., Larson, J., & DeTarsio, J. (1998). Television Field Production and Reporting. New York: Longman.

Taylor, E. W. (1997). Building upon the theoretical debate: A critical review of the empirical of Mezirow’s transformative learning theory. Adult Education Quarterly, 48(1), 34-59.